"กรมป่าไม้"เคาะที่ดินทำกินในเขตป่า 6 แสนไร่

"กรมป่าไม้"เคาะที่ดินทำกินในเขตป่า 6 แสนไร่

"กรมป่าไม้"เคาะที่ดินทำกินในเขตป่า 6 แสนไร่

รูปข่าว : "กรมป่าไม้"เคาะที่ดินทำกินในเขตป่า 6 แสนไร่

รัฐบาลจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชนแล้ว 58 จังหวัด รวม 625,000 ไร่ ภาพรวมชาวบ้าน เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อทำกินควบคู่กับการอนุรักษ์ผืนป่า

วันนี้ (20 ก.ค.2560) นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชนแบบแปลงรวมให้แก่ผู้ยากไร้ เพื่อลดช่องว่างทางสังคม โดยคณะกรรม การนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันว่า ภาพรวมมีเป้าหมายจัดที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้รวม 3.4 ล้านไร่ สามารถจัดหาที่ดินเข้าสู่กระบวนการจัดที่ดินให้ผู้ยากไร้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมสภาพแล้ว 122 พื้นที่ ในพื้นที่ 58 จังหวัด รวม 625,000 ไร่

ซึ่งการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนจะจัดที่ดินให้ราษฎรผู้ยากไร้ที่ผ่านการตรวจสอบจากกระทรวงมหาดไทยว่าไม่ใช่นาย ทุนและส่งเสริมพัฒนาอาชีพจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปพร้อมกัน เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนมือถือครองที่ดินไม่ให้เกิดซ้ำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

 

 

ทั้งนี้ การจัดสรรที่ดินทำกินให้ชุมชนตามโครงการ คทช. ได้ช่วยสร้างความมั่นคงให้ชุมชน เพราะชุมชนจะไม่ทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิด ส่วนคนหนุ่มสาวที่ไปทำงานต่างถิ่นจะกลับคืนสู่บ้านในหลายพื้นที่ เช่น โครงการ คทช. บ้านแม่ทา ต.แม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ทา , โครงการ คทช. บ้านโสกแมว ต.อุ่มเหม้า อ.ธาตุ พนม จ.นครพนม ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมู รวม 1,524 ไร่ ราษฎรได้รับการจัดที่ดิน 168 ราย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าดำเนินการพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ และพัฒนาอาชีพให้ราษฎร เช่น การเลี้ยงปลาดุก การเลี้ยงไก่พื้นเมือง และส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรโสกแมว จำกัด

 

ขณะที่กรมป่าไม้เข้าไปดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ปลูกยางพารา ทำให้ราษฎรสามารถอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ของรัฐได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันชุมชนสามารถบริหารจัดการที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของราษฎร ที่สำคัญช่วยลดความขัดแย้งระหว่างรัฐและประชาชนเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรที่ดินด้วย เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความสุขที่ยั่งยืนให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

กลับขึ้นด้านบน