หวั่นแต่งตั้ง “เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา” ไม่โปร่งใส

หวั่นแต่งตั้ง “เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา” ไม่โปร่งใส

หวั่นแต่งตั้ง “เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา” ไม่โปร่งใส

รูปข่าว : หวั่นแต่งตั้ง “เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา” ไม่โปร่งใส

ฉะเชิงเทรากังขา มส.ตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ข้ามขั้นและมีอธิกรณ์ เป็นเจ้าคณะอำเภอและยังไม่ได้เป็นรองเจ้าคณะจังหวัด ขณะที่อีกรูปคุณสมบัติครบแต่ไม่ได้ ตั้งข้อสังเกตเพราะอะไรละเมิดกฎ มส.ได้

หนังสือถอดถอนพระสังฆาธิการออกจากตำแหน่ง ตั้งแต่ ปี 2553 ถูกเผยแพร่ทันที หลังมหาเถรสมาคมมีมติแต่งตั้งให้พระราชปริยัติสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรามวรวิหาร เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะ 1 ใน 7 พระสังฆาธิการที่ถูกเสนอชื่อให้ออกจากตำแหน่งคือ พระปริยัติกิจวิธาน ซึ่งต่อมาได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชปริยัติสุนทร ทำให้การแต่งตั้งครั้งนี้ค้านกับความรู้สึกของกลุ่มรักษ์ธรรมเมืองแปดริ้ว และค้านกับสายตาพระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ในฐานะผู้ปกครองสงฆ์ เพราะปัจจุบันมีพระราชภาวนาพิธานดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดอยู่แล้ว

และแม้พระราชปริยัติสุนทร จะเป็นเจ้าคณะอำเภอมาแล้วกว่า 10 ปี แต่การต้องอธิกรณ์ หรือ มีคดีติดตัว จากการนำพระภิกษุและสามเณรเดินขบวนคัดค้าน การแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ทำให้มีการตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ที่จะได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

“สมัยแต่งตั้งเจ้าอาวาส มีความแตกแยก เราไม่ขอเอ่ยชื่อ พวกผู้ช่วยบางรูปที่ไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง ก็เคยยกทัพไปล้อมมหาเถรสมาคมทีหนึ่งแล้ว ก็ปรากฎว่าบุคคลพวกนี้ทั้งนั้นแหละ ซึ่งยังมีอธิกรณ์อยู่” พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร กล่าว

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า สาเหตุที่กลุ่มรักษ์ธรรมแปดริ้วและเจ้าอาวาสวัดโสธรวรามวรวิหาร กังวลว่าจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นซ้่ำรอยปี 2552 ที่มีการคัดค้านการแต่งตั้งพระธรรมมังคลาจารย์ เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร

ผลการแต่งตั้งที่ออกมาผิดคาด และไม่เป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคมที่ปฎิบัติสืบทอดกันมา ทำให้ความหนักใจทั้งหมดตกอยู่ที่เจ้าอาวาส เพราะพระสังฆาธิการทั้ง 2 รูป อยู่วัดเดียวกัน แต่กลับแต่งตั้งข้ามลำดับชั้น

“คนนี้ก็เหมือนลูกอยู่ในวัดอยู่ในรั้วบ้านเดียวกัน ความหนักใจก็เกิดกับเราเจ้าอาวาส ทางที่ดีจะเอาใครก็ไม่ว่า ขอให้มันออกจากนอกวัดนี้ไป แต่ถ้าแต่งตั้งตามวัดนี้ก็แต่งตั้งให้มันตรงตามสายที่ปฎิบัติมา มีรอง เขามีรองจังหวัด ก็ตั้งรองจังหวัด แต่อันนี้ไม่เห็น ข้ามกันไปข้ามกันมาไม่เห็นด้วยตรงนี้ คือการแต่งตั้งที่ไม่ถูกต้อง” พระธรรมมังคลาจารย์ ระบุ

 

 

ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสได้สอบถามข้อเท็จจริง การตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์ พระราชปริยัติสุนทรเมื่อ 8 ปี ที่ผ่านมากับพระธรรมปริยัติมุนี อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงทรา ซึ่งยอมรับว่า ผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง สร้างความเสียหายแก่คณะสงฆ์อย่างร้ายแรง แต่ผลการตัดสินของมหาเถรสมาคมเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ เพราะไม่มีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรออกมาชี้แจงว่าผิดจริงหรือไม่

“ เรื่องการสอบสวนมันก็จบไปแล้ว โดยการที่มอบสำเนาการสอบสวนทั้งหมดไปให้เจ้าคณะภาค เจ้าคณะภาครับต่อไปให้มหาเถร เพราะมันเกี่ยวข้องกับพระราอารามหลวง ต้องมหาเถรถึงจะลงมติ ตัดสินได้ว่าใครถูกใครผิด จนบัดนี้เลยนะก็ยังไม่รู้เลยตัดสินว่าอย่างไร เพราะไม่มีเป็นลายลักษณ์อักษรมา และผู้ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าคณะภาค ท่านที่เป็นเจ้าคณะภาคท่านก็มรณะภาพไปแล้ว” พระธรรมปริยัติมุนี กล่าว

การแต่งตั้งครั้งนี้ขัดกับกฎของมหาเถรสมาคมอย่างชัดเจน ที่บัญญัติไว้ว่าผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ต้องเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี พระราชปริยัติสุนทรจึงไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เพราะไม่เคยปฎิบัติหน้าที่นี้มาก่อนและยังมีอธิกรณ์ จึงทำให้คณะสงฆ์จังหวัดฉะเชิงเทราเกิดข้อกังขา และมีคำถามว่าการได้รับตำแหน่งนี้มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่

 

ผู้สื่อข่าว : จิราพร คำภาพันธ์ รายงาน 

 

 

กลับขึ้นด้านบน