ย้อนวันวานวงการเพลงยุคเทปคาสเซ็ตต์

ย้อนวันวานวงการเพลงยุคเทปคาสเซ็ตต์

ย้อนวันวานวงการเพลงยุคเทปคาสเซ็ตต์

หนึ่งในความทรงจำร่วมของเด็กยุค 90 เรื่องดนตรีเป็นการฟังเพลงจากตลับเทปคาสเซ็ตต์ ซึ่งวงอัลเทอร์เนทีฟไม่น้อยสามารถแจ้งเกิด สร้างจุดเปลี่ยนในวงการเพลง แต่การจะกลับมาในยุคที่วิธีการฟังเพลงเปลี่ยน แข่งขันกับการฟังออนไลน์ จึงรวมตัวเตรียมจัดคอนเสิร์ต "เด็กเทป"

รูปข่าว : ย้อนวันวานวงการเพลงยุคเทปคาสเซ็ตต์

ย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เชื่อว่าถ้าใครอกหัก รักถูกสวมเขา ก็ต้องร้องเพลง "หน้าใสใส" ปลอบใจตัวเองกันไป เคยดังสุดๆ ด้วยยอดขายหลายแสนตลับ จนเป็นที่มาวลีฮิต "หน้าใสใส" ตามชื่อเพลง ที่วัยรุ่นยุค 90 รู้จักกันดี สมาชิกเก่าวงพองพองยังอยู่พร้อมหน้า เตรียมขึ้นคอนเสิร์ต "เด็กเทป" กับศิลปินร่วมยุคทั้งพาราด็อกซ์, สมาย บัฟฟาโล่, เนอสเซอรี่ ซาวด์, สุกัญญา มิเกล, สี่เต่าเธอ, สติวเด้นท์ อั๊กลี่ บรรยากาศจึงเหมือนกับงานรวมรุ่น ไม่เพียงสร้างปรากฏการณ์เพลงอัลเทอร์เนทีฟครองเมือง ศิลปินแต่ละวงพูดตรงกันว่ายุคเทปหอมหวานที่สุดแล้ว เทปตลับเดียวแทนความหมายได้ล้านแปด เพราะหากแฟนเพลงตัดสินใจซื้อเทปซักตลับ ก็แปลว่าครองใจคนฟัง ต่างจากยุคดิจิทัลที่เพลงเปิดฟังกันได้ฟรีๆ

ดังถึงขั้นคลื่นวิทยุทุกแห่ง และสถานบันเทิงทุกที่ต้องเปิดเล่น แต่มือกลองวงควายยิ้มแทบขำไม่ออก เพราะย้อนไปในยุคเทปอนาล็อค กว่าจะได้ซักเพลงในห้องอัดเสียงไม่ง่าย ไม่มีคำว่าเทคหรือตัดต่อใหม่เหมือนยุคดิจิทัล "เชษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล" กล่าวว่า เคยตีกลองเพลงดังเพลงนี้ข้ามคืน จนกล้ามเนื้ออักเสบมาแล้ว ฟังดูเจ็บปวดแต่หอมหวานที่เมื่อย้อนกลับไปก็ภูมิใจกับความทุ่มเท ยอมรับว่าตอนนี้งานดนตรีไม่ใช่อาชีพหลัก เพราะผันตัวไปเป็นเกษตรกร ทำโรงทานและมีหลายชีวิตให้ต้องดูแล ไม่ต่างจากสมาชิกคนอื่นๆที่แยกย้ายไปคนละเส้นทาง ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้วงอัลเทอร์เนทีฟในอดีตยิ่งรวมตัวกันยากขึ้น และอาจต้องมีเงื่อนไขกับการกลับมา

เส้นทางการต่อสู้ในเพื่อให้เพลงอัลเทอร์เนทีฟเป็นทางเลือกในยุค 90 อาจไม่ต่างจากความพยายามกลับมาในยุคที่คนฟังเพลงมีตัวเลือกมากขึ้น และวงการดนตรีเปลี่ยนไป การรวมตัวกันแบบนี้อาจเป็นคำตอบ เพื่อให้หลายๆคนหายคิดถึง และอาจเป็นกระแสให้แฟนเพลงรู้สึกคุ้มค่า

 

 

กลับขึ้นด้านบน