กรมทางหลวงสรุปน้ำท่วม 14 จังหวัด กระทบ 29 เส้นทาง-การจราจรผ่านไม่ได้ 17 แห่งจาก 39 แห่ง

กรมทางหลวงสรุปน้ำท่วม 14 จังหวัด กระทบ 29 เส้นทาง-การจราจรผ่านไม่ได้ 17 แห่งจาก 39 แห่ง

กรมทางหลวงสรุปน้ำท่วม 14 จังหวัด กระทบ 29 เส้นทาง-การจราจรผ่านไม่ได้ 17 แห่งจาก 39 แห่ง

รูปข่าว : กรมทางหลวงสรุปน้ำท่วม 14 จังหวัด กระทบ 29 เส้นทาง-การจราจรผ่านไม่ได้ 17 แห่งจาก 39 แห่ง

กรมทางหลวงสรุปเหตุการณ์น้ำท่วมพื้นที่ 14 จังหวัด มีเส้นทางถูกน้ำท่วมทั้งสิ้น 29 เส้นทาง มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 39 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ 22 แห่ง ผ่านไม่ได้ 17 แห่ง

วันนี้ (31 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทางหลวงรายงานสรุปเหตุการณ์ภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉินในเส้นทางสายหลัก ซึ่งจากการเกิดอุทกภัยในช่วงที่ผ่านมา มีสภาวะน้ำท่วมพื้นที่ 14 จังหวัด มีสายทางที่มีสภาวะน้ำท่วม จำนวนทั้งสิ้น 29 สายทาง มีสภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ 39 แห่ง การจราจรสามารถผ่านได้ 22 แห่ง ผ่านไม่ได้ 17 แห่ง ดังนี้ 1.จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 1 แห่ง คือ ทางหลวงหมายเลข 12 สี่แยกสมเด็จ – คำพอก ในพื้นที่ อ.ห้วยผึ้ง ช่วง กม.ที่ 696 – 698 ทางเบี่ยงขาด

 

 

2.จ.มุกดาหาร จำนวน 5 แห่ง คือ

2.1 ทางหลวงหมายเลข 2287 ดงหลวง – สานแว้ ในพื้นที่ อ.ดงหลวง ช่วง กม.ที่ 18 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

2.2 ทางหลวงหมายเลข 2287 ดงหลวง – สานแว้ ในพื้นที่ อ.ดงหลวง ช่วง กม.ที่ 20 – 22 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

2.3 ทางหลวงหมายเลข 2287 ดงหลวง – สานแว้ ในพื้นที่ อ.ดงหลวง ช่วง กม.ที่ 48 ระดับน้ำสูง 60 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

2.4 ทางหลวงหมายเลข 2292 ก้านเหลืองดง – สงเปือย ในพื้นที่ อ.ดงหลวง ช่วง กม.ที่ 1 – 2 ระดับน้ำสูง 80 ซม. คอสะพานขาด จะดำเนินการทอดสะพานเบลี่ย์ ในวันที่ 1 ส.ค. 60 คาดว่าจะสามารถเปิดการจราจรได้ก่อน 12.00 น.

2.5ทางหลวงหมายเลข 212 ย้อมพัฒนา – นาโพธิ์ ช่วง กม.ที่ 444 ระดับน้ำสูง 80 ซม. (เป็นทางกลับรถใต้สะพาน ปิดการจราจรชั่วคราว)

 

3.จ.ร้อยเอ็ด จำนวน 1 แห่ง คือ ทางหลวงหมายเลข 2418 โพนทอง – เมยวดี ในพื้นที่ อ.โพนทอง ช่วง กม.ที่ 5 – 6 ระดับน้ำสูง 130 ซม. แนะนำใช้เส้นทางเลี่ยง ทางหลวงหมายเลข 2116 โพนทอง – หนองพอก

 

4.จ.สกลนคร จำนวน 10 แห่ง คือ

4.1 ทางหลวงหมายเลข 22 สูงเนิน – ท่าแร่ ในพื้นที่ อ.เมืองสกลนคร ช่วง กม.ที่ 147 คอสะพานขาดฝั่งขาออกอยู่ระหว่างทอดสะพานเบลี่ย์คาดว่าแล้วเสร็จ วันที่ 31 ก.ค. 60 (เวลาประมาณ 14.00 น.)

4.2 ทางหลวงหมายเลข 223 สกลนคร – นาแก ในพื้นที่ อ.โคกศรีสุพรรณ ช่วง กม.ที่ 17 คอสะพานขาด/ตอม่อทรุด แนะนำเส้นทางเลี่ยง จาก จ.สกลนคร ไป อ.นาแก จ.นครพนม เลี่ยงใช้เส้นทาง 2358 สาย โนนหอม – เต่างอย ไปตามเส้นทาง ทช. (เส้นวัดดอยธรรมเจดีย์) เข้า อ.โคกศรีสุพรรณ – นาแก ทล.223

4.3 ทางหลวงหมายเลข 2346 บ.สนามบิน – นาคอย ในพื้นที่ อ.สูงเนิน ช่วง กม.ที่ 17 – 18 ระดับน้ำสูง 50 ซม. (เส้นทางเลี่ยงเมื่อถึง กม.15+300 ทางหลวงหมายเลข 2346 ให้เลี้ยวขลาเข้าบ้านแสนพัน ผ่าน อบต.อุ่มจาน ออกบ้านหนองปลาตอง ไปบรรจบทางหลวงหมายเลข 2132 ท่าแร่ – นาเพียง เข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร

4.4 ทางหลวงหมายเลข 2307 วานรนิวาส – บ้านเซือม ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 10 – 15 (คอสะพานชำรุด) ระดับน้ำสูง 40 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

4.5 ทางหลวงหมายเลข 2307 วานรนิวาส – บ้านเซือม ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 17 ระดับน้ำสูง 100 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

4.6 ทางหลวงหมายเลข 2355 สูงเนิน – สี่แยก ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 0 – 6 ระดับน้ำสูง 100 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

4.7 ทางหลวงหมายเลข 2308 บ้านขาม – บ้านเซือม ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 4 – 6 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

4.8 ทางหลวงหมายเลข 2308 สูงเนิน – สี่แยก ในพื้นที่ อ.สูงเนิน ช่วง กม.ที่ 12 – 18 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

4.9 ทางหลวงหมายเลข 2094 ผาอินทร์ – ท่าก้อน ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 30 - 31 ระดับน้ำสูง 100 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง

4.10 ทางหลวงหมายเลข 2094 ผาอินทร์ – ท่าก้อน ในพื้นที่ อ.อากาศอำนวย ช่วง กม.ที่ 36 - 39 ระดับน้ำสูง 80 ซม. ไม่มีเส้นทางเลี่ยง 

 

อย่างไรก็ตามยังเกิดฝนตกหนักในบางพื้นที่ สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม กรมทางหลวงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานของกรมทางหลวงประกอบด้วยสำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงในพื้นที่ เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นตลอด 24 ชั่วโมง

 

สำหรับภารกิจหลักตอนนี้คือช่วยให้การจราจรผ่านได้ก่อน หลังจากเมื่อน้ำลดจะทำการสำรวจความเสียหายเพื่อซ่อมแซมสู่ความยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการใช้เส้นทางเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง หากต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) 

 

กรมทางหลวงชนบท เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสาน


นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และนายมานพ สุสิงห์ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้สั่งการให้นายพิชัย สุขอยู่ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 7 (อุบลราชธานี) จัดรถบรรทุกน้ำ ในความรับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 7 (อุบลราชธานี) และแขวงทางหลวงชนบทในสังกัด ได้เเก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร และอำนาจเจริญ จำนวน 12 คัน และจากสำนักงานทางหลวงชนที่ 5 (นครราชสีมา) สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 16 อุดรธานี รวมทั้งสิ้น 30 คัน

 

ทั้งนี้ เพื่อไปช่วยบรรเทาทุกข์พื้นที่ จ.สกลนคร ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างรุนแรง ตามนโยบายของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ภายใต้สโลแกนคมนาคม "รวมกันเป็นหนึ่งเดียว : One Transport" โดยขบวนรถบรรทุกน้ำดังกล่าวได้ออกเดินทางไป จ.สกลนคร แล้วเมื่อเช้าวันที่ 31 ก.ค.2560 และจะเริ่มปฏิบัติงาน 3 กิจกรรม ได้เเก่ 1.การล้างทำความสะอาดพื้นรันเวย์สนามบินสกลนคร, 2.การล้างทำความสะอาดถนน ศูนย์ราชการ จ.สกลนคร, 3.ช่วยเหลือเเจกจ่ายน้ำดื่มเพื่อการอุปโภคบริโภคประชาชน จ.สกลนคร ที่ได้รับผลกระทบ

 

สำหรับอุทกภัยในสายทางหลวงชนบท ประจำวันที่ 31 ก.ค.2560 เวลา 12.00 น. 1.สถานะปัจจุบัน ทช. ประสบอุทกภัย 23 จังหวัด ได้รับผลกระทบ 97 สายทาง ผ่านได้ 71 สายทาง ผ่านไม่ได้ 26 สายทาง และ 2.ข้อมูลสะสมตั้งแต่ วันที่ 6 – 31 ก.ค.2560 ทช.ประสบอุทกภัย 27 จังหวัด ได้รับผลกระทบ 129 สายทาง ผ่านได้ 103 สายทาง ผ่านไม่ได้ 26 สายทาง เข้าสู่ภาวะปกติ 32 สายทาง

 

ทั้งนี้ ได้ดำเนินการติดตั้งป้ายเตือนประชาชนในการสัญจรด้วยความระมัดระวังแล้ว ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษโดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง

 

กลับขึ้นด้านบน