ป.ป.ช.หารือยื่นอุทธรณ์คดีสลายชุมนุมพันธมิตรหรือไม่

ป.ป.ช.หารือยื่นอุทธรณ์คดีสลายชุมนุมพันธมิตรหรือไม่

ป.ป.ช.หารือยื่นอุทธรณ์คดีสลายชุมนุมพันธมิตรหรือไม่

รูปข่าว : ป.ป.ช.หารือยื่นอุทธรณ์คดีสลายชุมนุมพันธมิตรหรือไม่

มีรายงานว่า การประชุม ป.ป.ช.วันนี้ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ผู้อำนวยการสำนักคดี จะรายงานผลคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่

หลังศาลฎีกาฯ พิพากษายกฟ้องยกฟ้องจำเลยทั้ง 4 คนในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประธาน ป.ป.ช.ขอศึกษาคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้รอบคอบก่อนเพื่อพิจารณาว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่

ขณะที่แกนนำพันธมิตรฯ แสดงความกังวลกับคำพิพากษา เพราะมองว่า จะกลายเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุม แม้ในปัจจุบันการชุมนุมจะต้องดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และ พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะก็ตาม

แม้จะยอมรับในคำพิพากษาของศาลฯ แต่นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็ยอมรับว่า กังวลกับผลที่จะตามมา เพราะเชื่อมั่นว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ยกฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 คนในครั้งนี้ จะกลายเป็นบรรทัดฐานส่งผลต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุม รวมถึงเจ้าหน้าที่จะยึดเป็นแนวปฏิบัติในการดูแลการชุมนุม ที่อาจใช้ความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการสรุปว่า การชุมนุมครั้งนี้ เป็นการชุมนุมโดยไม่สงบ

นายสุริยะใส ระบุว่า เบื้องต้น เชื่อว่า ยังมีประเด็นที่จะพิจารณาเพื่อยื่นอุทธรณ์ได้อย่างน้อย 3 ประเด็น ประกอบไปด้วย เจตนาของเจ้าหน้าที่ ที่จะใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม / การใช้ปืนยิงแก๊สน้ำตาที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล ซึ่งปรากฎคลิป เหตุการณ์ชัดแจนและสุดท้ายคือคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ชี้ก่อนหน้านี้ว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯเป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ

ด้านนายวีระ สมความคิด แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ขอน้อมรับตามคำพิพากษา แต่เป็นห่วงว่าคำพิพากษาดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานให้กับคดีอื่น ๆ จึงขอให้สังคมพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ผลตัดสินที่ออกมาจะมีการยื่นอุทธรณ์คัดค้านหรือไม่ เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ในฐานะโจทก์ที่จะต้องดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของภาคประชาชน แต่หากไม่ดำเนินการอะไร ในส่วนของประชาชนอาจจะมีการหารือเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมต่อไป ขณะที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณศาลฎีกาฯ หลังพิพากษายกฟ้อง โดยระบุว่า เป็นดุลยพินิจของศาล

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.ระบุ ป.ป.ช.ในฐานะโจทก์คดีนี้สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญปี 2560 รองรับไว้ แม้จะยังไม่มีการประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดำรงดำแหน่งทางการเมือง ซึ่งในกรณีนี้ต้องดูว่าฝ่ายโจทก์ จะใช้เหตุผลอย่างไร ส่วนการพิจารณาว่าจะรับอุทธรณ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

ด้านนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ไม่รู้สึกใดๆ กับคำตัดสิน เพราะเป็นดุลพินิจของศาล เรื่องนี้ได้ทำเสร็จและผ่านไปแล้ว ไม่กังวลใดๆ ทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุด ซึ่งตามหลักเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ป.ป.ช.สามารถอุทธรณ์ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันจะดำเนินการหรือไม่ เพราะส่วนตัวไม่ยุ่งเกี่ยวเนื่องจากพ้นตำแหน่งมาแล้ว

มีรายงานว่า การประชุม ป.ป.ช.วันนี้ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ผู้อำนวยการสำนักคดี จะรายงานผลคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีหรือไม่ ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ระบุว่า หลังได้รับรายงานผลคำพิพากษา ป.ป.ช.ต้องหารือกันอย่างละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมาย ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านข้อกฎหมายของศาล

กลับขึ้นด้านบน