"กรมชล" สั่งยก 7 บานประตูเขื่อนราษีไศลพร่องน้ำมูล

"กรมชล" สั่งยก 7 บานประตูเขื่อนราษีไศลพร่องน้ำมูล

"กรมชล" สั่งยก 7 บานประตูเขื่อนราษีไศลพร่องน้ำมูล

รูปข่าว : "กรมชล" สั่งยก 7 บานประตูเขื่อนราษีไศลพร่องน้ำมูล

กรมชลประทาน ปรับแผนการระบายน้ำท่วม อาศัยช่วงจังหวะเวลาแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต่ำกว่าตลิ่ง แขวนบานระบายน้ำเขื่อนราษีไศล 7 บาน เร่งระบายน้ำในแม่น้ำมูล ลงสู่แม่น้ำโขง ระบายน้ำได้ในอัตรา 667.43 ลบ.ม.ต่อวินาที

วันนี้ (3 ส.ค.2560) นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน บอกว่า จากอิทธิ พลของพายุ “เซินกา” ส่งผลให้จ.ศรีสะเกษ และจังหวัดใกล้เคียง มีฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างในหลายพื้นที่ ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่แม่น้ำมูลเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์น้ำในเขื่อนราษีไศล มีปริมาณน้ำในเขื่อน 55.46 ล้านลูกบาศก์เมตร  คิดเป็นร้อยละ 74.49 ของความจุเก็บกักสูงสุด ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพบว่า ระดับของแม่น้ำโขงที่อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ต่ำกว่าตลิ่งประ มาณ 2.5 เมตร จึงได้สั่งการให้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง สำนักงานชลประทานที่ 8 ทำการแขวนบานระบายเขื่อนราษีไศล ทั้ง 7 บาน ตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยสามารถระบายน้ำได้ในอัตรา 667.43 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  เพื่อเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลบริเวณด้านเหนือเขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำในแม่น้ำมูล ที่จะไหลมาจากจ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เข้าสู่จ.ศรีสะเกษ ป้องกันไม่ให้มวลน้ำเอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรกว่า 100,000 ไร่ ที่อยู่ติดสองฝั่งแม่น้ำมูลโดยเฉพาะนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายด้วย

ทั้งนี้ ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง สำนักงานชลประทานที่ 8 วิเคราะห์ ยังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำในพื้นที่ตลอด 24 ชม. และเตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องจักร เครื่องมือ สำหรับช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วมไว้แล้ว จำนวน 14 เครื่อง

กลับขึ้นด้านบน