"กรมชล" จัดจราจรน้ำมูล-ชี ชะลอมวลน้ำก่อนไหลรวมที่ จ.อุบลราชธานี

"กรมชล" จัดจราจรน้ำมูล-ชี ชะลอมวลน้ำก่อนไหลรวมที่ จ.อุบลราชธานี

"กรมชล" จัดจราจรน้ำมูล-ชี ชะลอมวลน้ำก่อนไหลรวมที่ จ.อุบลราชธานี

รูปข่าว : "กรมชล" จัดจราจรน้ำมูล-ชี ชะลอมวลน้ำก่อนไหลรวมที่ จ.อุบลราชธานี

กรมชลประทาน จัดจราจรน้ำแม่น้ำมูล-ชี เปิดบานระบายของเขื่อนในลำน้ำชีทุกแห่ง ใช้เครื่องผลักดันน้ำเร่งการไหล วันนี้เตรียมลดบานระบายน้ำเขื่อนราษีไศลลง ชะลอน้ำในแม่น้ำมูลไม่ให้ไหลไปรวมกับแม่น้ำชีที่ จ.อุบลราชธานี ลดผล กระทบกับชาวบ้าน

วันนี้ (7 ส.ค.2560) นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน บอกว่าสถานการณ์น้ำจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่เป็นจุดรวมของน้ำจากแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ขณะนี้กรมชลประทานหาวิธีการบริหารจัดการน้ำเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้น้อยที่สุด

กรมชลประทานจึงเตรียมแผนการจัดจราจรน้ำในแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในเขตอุบลราชธานี โดยจะเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำชีที่มีปริมาณน้ำมาก ด้วยการเปิดบานระบายน้ำของเขื่อนระบายน้ำในลำน้ำชีทุกแห่ง

 

ทั้งยังใช้เครื่องผลักดันน้ำช่วยเร่งการไหลและจะทำการชะลอน้ำจากแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำจากทั้ง 2 แม่น้ำไหลไปรวมกันในเวลาเดียวกันที่อุบลราชธานี ซึ่งจะช่วยบรรเทาอุทกภัยไม่ให้รุนแรงขึ้น โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง ซึ่งเป็นหน่วยงานทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเขื่อนราษีไศล จะลดบานเขื่อนราษีไศลลง ปัจจุบันแขวนบานพ้นน้ำเพื่อชะลอน้ำในลำน้ำมูลไว้เหนือเขื่อน เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.

 

และจะควบคุมระดับน้ำในแม่น้ำมูลด้านเหนือเขื่อนไม่ให้เกินระดับ 119 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นระดับน้ำที่ยังไม่เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนราษีไศล ทั้งนี้ หากปริมาณน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีมากจนไม่สามารถควบคุมที่ระดับ 119 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางได้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่างจะทำการยกบานขึ้นทันทีเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ และอุบลราชธานี อำเภอต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทราบแล้ว โดยกรมชลประทานเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ พร้อมปฏิบัติงาน ได้แก่ รถตักบูมยาว จำนวน 4 คัน เครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 22 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำ จำนวน 30 เครื่อง และติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

กลับขึ้นด้านบน