ชี้ "หมีควายแก้ว"เป็นของกลางคดีรุกป่า-ไม่ส่งคืนสำนักสงฆ์

ชี้ "หมีควายแก้ว"เป็นของกลางคดีรุกป่า-ไม่ส่งคืนสำนักสงฆ์

ชี้ "หมีควายแก้ว"เป็นของกลางคดีรุกป่า-ไม่ส่งคืนสำนักสงฆ์

รูปข่าว : ชี้ "หมีควายแก้ว"เป็นของกลางคดีรุกป่า-ไม่ส่งคืนสำนักสงฆ์

กรณีที่หมีควายชื่อแก้ว ทำร้ายชาวบ้านบาดเจ็บสาหัส ภายในสำนักสงฆ์สวนป่าสมุนไพรหลวงปู่ละมัย กรมอุทยาน ยืนยันไม่อนุญาตให้นำกลับไปสำนักสงฆ์ได้ เพราะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง และยังเป็นของกลางในคดีบุกรุกป่า เตรียมส่งไปดูแลที่ชลบุรี หลังสุขภาพดี

วันนี้(8ส.ค.2560) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยพบว่ากรงเลี้ยง ของเจ้าแก้ว ที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำมาดูแล  พบมีขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 7 เมตร และพบว่าเจ้าแก้ว ยังกินอาหารได้น้อย จนทำให้มีเสียงเรียกร้องให้นำหมีควายตัวนี้ กลับไปเลี้ยงที่สำนักสงฆ์สวนป่าสมุนไพรหลวงปู่ละมัย ตามเดิม

นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่าไม่มีอำนาจในเรื่องนี้ เนื่องจากหมีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย ซึ่งผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงคือกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่ได้เสนอให้สร้างบ้านให้เจ้าแก้ว ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ยืนยันไม่สามารถส่งหมีควายกลับสำนักสงฆ์ได้

 

 

ขณะที่ นายสุธีร์ ลอยมา หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ บอกว่า ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องข้อเสนอของ รองผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ แต่ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะส่งเจ้าแก้ว กลับไปสำนักสงฆ์ เนื่องจากหมีควาย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และหมีตัว ตัวนี้ยังเป็นของกลางในคดีบุกรุกป่า และคดียังไม่สิ้นสุด


นอกจากนี้กรมอุทยาน เตรียมส่งตัวเจ้าแก้ว ไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งสถานที่มีความพร้อมมากกว่า รวมทั้งมีหมีควายอยู่ในความดูแล แต่ต้องรอให้แก้ว มีความพร้อมทางด้านร่างกาย และตรวจสุขภาพก่อน

 

กลับขึ้นด้านบน