เขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำ กระทบ 5 อำเภอ จ.กาฬสินธุ์

เขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำ กระทบ 5 อำเภอ จ.กาฬสินธุ์

เขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำ กระทบ 5 อำเภอ จ.กาฬสินธุ์

รูปข่าว : เขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำ กระทบ 5 อำเภอ จ.กาฬสินธุ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายจังหวัดยังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม โดย จ.สกลนคร ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในเขื่อนน้ำอูนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีคำเตือนให้ประชาชนในพื้นที่น้ำไหลผ่านต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเขื่อนลำปาวเพิ่มการระบายน้ำกระทบ 5 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์

วันนี้ (9 ส.ค.2560) นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำเป็นจำนวนมาก เนื่องจากยังมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบน จำเป็นต้องปล่อยน้ำเพิ่ม เพื่อให้มีพื้นที่ว่างรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงเขื่อนในระยะต่อไป เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำเต็มเขื่อน ที่อาจจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างได้ โดยจากเดิมที่ระบายน้ำวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร จะปรับเพิ่มเป็น 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งผลจากการระบายน้ำเพิ่ม จะทำให้พื้นที่ด้านท้ายเขื่อน 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง, ยางตลาด, กมลาไสย, ฆ้องชัย และร่องคำ ได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำอูนกับลุ่มน้ำสงคราม พื้นที่ อ.ศรีสงคราม และ อ.นาหว้า จ.นครพนม ยังคงวิกฤต เนื่องจากน้ำจำนวนมากที่ไหลลงสู่ลำน้ำอูน มาบรรจบลำน้ำสงครามที่ อ.ศรีสงคราม ทำให้น้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว รวมถึงพื้นที่ชุมชน บางพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร มานานกว่า 1 สัปดาห์ สำหรับ จ.นครพนม ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติแล้ว 10 อำเภอ จาก 12 อำเภอ รวมมีหลายอำเภอที่ระดับน้ำลดลง แต่ยังมีพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังอยู่

ส่วนที่ จ.สกลนคร สถานการณ์เขื่อนน้ำอูนยังมีปริมาณน้ำเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 125 ของความจุอ่าง ปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ไหลลงสู่ลำน้ำอูน ทำให้น้ำยังกระทบพื้นที่การเกษตรผู้ที่อาศัยอยู่ใต้เขื่อน เช่น อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร และ อ.นาหว้า จ.นครพนม เจ้าหน้าที่ประกาศเตือนให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่น้ำไหลผ่าน ต้องประเมินระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบุว่า ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมขังในอีก 9 จังหวัด ได้แก่ สกลนคร, กาฬสินธุ์, นครพนม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, หนองคาย, และพระนครศรีอยุธยา โดยตั้งแต่เกิดสถานการณ์ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 29 คน มีประชาชนได้รับผลกระทบมากกว่า 570,000 ครัวเรือน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรมากกว่า 3,000,000 ไร่

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน