ไทยยอมรับปิดตลาดซื้อขาย"งาช้างบ้าน"ยาก

ไทยยอมรับปิดตลาดซื้อขาย"งาช้างบ้าน"ยาก

ไทยยอมรับปิดตลาดซื้อขาย"งาช้างบ้าน"ยาก

รูปข่าว : ไทยยอมรับปิดตลาดซื้อขาย"งาช้างบ้าน"ยาก

กรมอุทยาน ยอมรับการปิดตลาดงาช้าง และผลิตงาช้างในไทย ยังต้องค่อยเป็นค่อยไปเพราะอาจเข้าข่ายลิดรอนสิทธิ แต่เชื่อมั่นในอนาคตผู้ประกอบการจะปิดการขายเอง เหตุไม่มีคนซื้อเพราะต้องแจ้งการซื้อขายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

วันนี้ (10 ส.ค.2560) นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า หลังจากประเทศไทยถูกจัดอันดับจากที่ประชุมอนุสัญญาไซเตส เรื่องการค้างาช้างผิดกฎหมายอยู่ในอันดับที่น่าวิตกอย่างยิ่ง แต่การประชุมไซเตสครั้งที่ 17 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ทำให้การจัดอันดับของไทยอยู่ในระดับมีสถานะน่ากังวลในระดับรอง เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากทำแผนปฏิบัติการค้างาช้างอย่างเข้มข้น ซึ่งถือว่าดีขึ้น แต่ไทยยังต้องส่งแผนปฏิบัติการค้างาช้างเป็นระยะๆ โดยไซเตสมั่นใจว่าจะควบคุมการค้างาช้างป่าได้

นายสมเกียรติ บอกว่า ภาพรวมการปราบปรามค้างาช้างข้ามชาติ ไทยมีความร่วมมืออย่างดีจนพูดได้ว่าขณะนี้เราไม่มีงาช้างจะปราบแล้ว ขณะที่การปิดตลาดงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้าง ยอมรับว่ายัง ปิดได้ไม่สมบูรณ์ แต่จะยังใช้นำคงมาตรการให้ทั้งผู้ครอบครอง และผู้ประกอบการนำงาช้างมาขึ้นทะเบียนการครอบครองกับกรมอุทยาน และตรวจสอบสต็อกสินค้าอย่างต่อเนื่องตามเงื่อนไข ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จนที่สุดเชื่อว่าผู้ประกอบการจะทยอยปิดตัวไปเองเพราะไม่มีคนซื้อสินค้า จะผู้ประกอบการก็จลดลงไปได้เรื่อยๆ

 

 

"ยอมรับการจะปิดตลาดคงค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งตอนนี้ผู้ประกอบการก็ลดลงอย่างมากแล้ว เราคงไม่สามารถปิดตลาดงาช้างโดยสมบูรณ์ เพราะจะเป็นการรอนสิทธิ เพราะกรณีการครอบครองช้างบ้าน งาช้างที่ถูกเป็นสัตว์พาหนะหากผู้เลี้ยงมีการขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดไทยต้องควบคุมโดยเคร่งครัดตามมติไซเตส เพราะการค้างาช้างสัตว์ป่าทั้งหมดเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ"

ส่วนปัญหาไม้พะยูง หลังจากการประชุม 3 ครั้งยังจำเป็นต้องขอความร่วมมืออาเซียนรวมถึงจีนเพื่อกำหนด มาตรการอย่างจริงจังอีกครั้ง 12-14 ก.ย.นี้

 

กลับขึ้นด้านบน