"คลัง"เสนอครม.เก็บภาษีค่าความหวานเครื่องดื่ม 111 รายการ

"คลัง"เสนอครม.เก็บภาษีค่าความหวานเครื่องดื่ม 111 รายการ

"คลัง"เสนอครม.เก็บภาษีค่าความหวานเครื่องดื่ม 111 รายการ

รูปข่าว : "คลัง"เสนอครม.เก็บภาษีค่าความหวานเครื่องดื่ม 111 รายการ

กระทรวงการคลัง ชงเสนอ ครม.เก็บภาษีค่าความหวานเครื่องดื่ม 111 รายการ ครอบคลุมน้ำอัดลม ชาเขียว น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง เพิ่มตั้งแต่ 10 สตางค์จนถึง 1 บาท เนื่องจากมีค่าความหวานสูง และทำลายสุขภาพของประชาชน โดยจะเริ่มมีผลจัดเก็บในอีก 2 ปีข้างหน้า

วันนี้ (15 ส.ค.2560) นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต บอกว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีหรือ ครม.วันนี้ กระทรวงการคลัง เสนอกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 29  ประกอบด้วย 2 เรื่องใหญ่ คือ 1.กำหนดอัตราค่าทำเนียมต่างๆ เช่น ค่าทำเนียมเปิดร้านสุรา และบุหรี่ เป็นต้นและ 2.เก็บภาษีสินค้าทั่วไป เช่น รถยนต์ เครื่องดื่ม เป็นต้น โดยเฉพาะภาษีเครื่องดื่ม จะจัดเก็บจากค่าความหวานของน้ำตาลเพิ่มด้วย ถือเป็นอัตราภาษีใหม่ที่ไม่เคยจัดเก็บมาก่อน

ซึ่งหลักการของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตมี 3 รูปแบบคือ 1.เก็บภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย 2.เก็บภาษีสินค้าที่ทำลายสุขภาพ และ 3.เก็บภาษีการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งในรอบนี้ กระทรวงการคลังได้หารือกับกระ ทรวงสาธารณสุขและเห็นตรงกันว่า ค่าความหวานในเครื่องดื่มทุกชนิด เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง และชาเขียว มีผลลบต่อสุขภาพประชาชน จึงเสนอเก็บภาษีค่าความหวานเพิ่มเติมในกฎกระทรวงการคลังฉบับที่ 29


ส่วนหลักการของการเก็บภาษีค่าความหวานนั้น หากเครื่องดื่มมีค่าความหวาน หรือน้ำตาลมากกว่า ที่กฎหมายกำหนด ต้องเสียภาษีเพิ่มเติม เช่น น้ำอัดลม ปัจจุบันเสียภาษีอยู่แล้วร้อยละ 20 ของมูลค่า ยังจะต้องเสียภาษีค่าความหวานเพิ่มอีก 1 รายการ  โดยกำหนดว่า เครื่องดื่มที่มีค่าความหวาน 0 แต่ไม่เกิน 6 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่เสียภาษี แต่หากเกิน 6 มิลลิกรัมต่อลิตร ต้องเสียภาษีในอัตราที่กรมกำหนด

อย่างไรก็ตาม กฎหมายได้ผ่อนปรนให้แก่ผู้ประกอบการ โดยอัตราภาษีค่าความหวานจะมีผลบังคับใช้จริงในอีก 2 ปี หลังจากวันที่ 16 ก.ย.60 ไปแล้ว หรือตรงกับวันที่ 16 ก.ย.62 ซึ่งในระหว่างนี้ผู้ผลิตเครื่องดื่มจะมีเวลาปรับปรุงสินค้าเพื่อลดค่าความหวานลง


ทั้งนี้ หากพ้นเวลาผ่อนผัน 2 ปี และกฎหมายเก็บภาษีจริงแล้ว 2 ปี หรือรวม 4 ปี หากค่าความหวานไม่ลดลง กรมจะปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันได สำหรับภาษีค่าความหวานใหม่นี้ จะใช้กับเครื่องดื่ม 111 ราย การ เช่น ชาเขียว น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชูกำลัง โดยเครื่องดื่มชูกำลังจะเสียภาษีค่าความหวานสูงสุด 18 มก.ต่อลิตร น้ำอัดลม 10-14 มก.ต่อลิตร

 

 

กลับขึ้นด้านบน