สรุปกรอบปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

สรุปกรอบปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

สรุปกรอบปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

รูปข่าว : สรุปกรอบปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเผยการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเลื่อนการประชุมเพื่อดีเบตก่อนลงมติ จากเดิมวันนี้ (15 ส.ค.) ไปเป็นวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งเป็นไปตามโรดแมปที่นายกรัฐมนตรีขีดเส้นกรอบเวลาไว้ 2+3+4 และต้องแล้วเสร็จ ก่อนวันที่ 6 เมษายน 2561

เมื่อวานนี้ (14 ส.ค.2560) นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจได้เลื่อนการประชุม เพื่อดีเบตก่อนลงมติ จากเดิมวันนี้ (15 ส.ค.) ไปเป็นวันที่ 21 สิงหาคมนั้น เบื้องต้นได้ข้อสรุปที่ชัดเจนคือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยเสนอให้กระจายอำนาจการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตั้งแต่รองผู้บังคับการภาคลงมา ที่จะให้ผู้บังคับการภาคเป็นคนแต่งตั้ง ซึ่งจะมีอิสระในการดูแลบริหารบุคคลภายในภาคของตัวเอง ขณะที่ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จเรตำรวจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับการภาค จะให้ผู้บัญชาการตำรวจแต่งตั้งตามเดิม

สำหรับขั้นตอนการคัดเลือกตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเริ่มจากผู้บัญชาการตำรวจคนปัจจุบันคัดเลือกรายชื่อจากจเรตำรวจและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่งให้คณะกรรมการตำรวจพิจารณา แล้วเสนอต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งรายชื่อต่อให้นายกรัฐมนตรี ส่วนขั้นตอนในการคัดเลือกรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติถึงผู้บังคับการ จะให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้คัดรายชื่อส่งให้คณะกรรมการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ และส่งกลับมาให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเสนอนายกรัฐมนตรี

สำหรับการแต่งตั้งให้พิจารณาจากระบบอาวุโส ร้อยละ 33 พิจารณาจากความรู้ความสามารถ จากรางวัลที่ได้รับ ร้อยละ 33 และดูจากความเหมาะสม ร้อยละ 34 เพื่อป้องกันการแทรกแซงการแต่งตั้ง นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวทางให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าหากไปขึ้นตรงกับหน่วยงานอื่น อาจเกิดการแทรกแซงการทำงาน และเห็นว่ามีความจำเป็นที่นายกรัฐมนตรี จะต้องกำกับดูแลตำรวจเอง ส่วนขึ้นตอนของคณะกรรมการตำรวจ (ก.ตร.) เป็นผู้พิจารณารายชื่อ ก่อนส่งให้นายกรัฐมนตรี ก็เพื่อลบคำครหาว่าให้ฝ่ายการเมืองมีส่วนในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ

ทั้งนี้ ตามขั้นตอนนั้น หลังได้ข้อสรุปในการดีเบต ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้แล้ว จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนทั้ง 4 ภาค โดยเริ่มในพื้นที่ กทม.ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ที่ศูนย์ราชการ และ วันที่ 31 สิงหาคม จัดขึ้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่วันที่ 7 กันยายน จะจัดที่ จ.ลำปาง และวันที่ 20 กันยายนที่ จ.ขอนแก่น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน