สธ.สั่งย้ายหน.งานลวนลามลูกจ้างหญิง-เตรียมตั้งกก.สอบวินัย

สธ.สั่งย้ายหน.งานลวนลามลูกจ้างหญิง-เตรียมตั้งกก.สอบวินัย

สธ.สั่งย้ายหน.งานลวนลามลูกจ้างหญิง-เตรียมตั้งกก.สอบวินัย

รูปข่าว : สธ.สั่งย้ายหน.งานลวนลามลูกจ้างหญิง-เตรียมตั้งกก.สอบวินัย

กระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งย้ายหัวหน้างานที่ถูกร้องเรียนไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ขณะที่ภาคสังคม เผย ยังมีเหตุการณ์ลักษณะแบบนี้ เพราะการลงโทษผู้กระทำผิดไม่จริงจัง

วันนี้ (15 ส.ค.2560) นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของกระทรวงสาธารณสุข จะทำรายงานสรุปผลสอบวินัย กรณีลูกจ้างหญิงของกระทรวงสาธารณสุข ร้องเรียนว่าถูกหัวหน้างานลวนลามหลายครั้ง เสนอต่อคณะผู้บริหารในสัปดาห์นี้ โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า ข้อร้องเรียนดังกล่าวมีมูล แต่ในรายละเอียด ต้องรอรายงานสรุปออกมาอย่างเป็นทางการ

เบื้องต้นหากรายงานสรุปผลสอบสวนข้อเท็จจริงระบุว่ามีมูล ขั้นตอนต่อไปคือ ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งขณะนี้ข้าราชการชายคนดังกล่าว ถูกสั่งย้ายไปประจำที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรีชั่วคราว จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ดังนั้น เรื่องที่เกรงว่า จะมีการขู่ หรือไม่ปลอดภัยจึงไม่น่ากังวล

ด้าน พ.ต.อ.ปัญณพัตน์ เดชโชติพิสิฐ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี เปิดเผยว่า ได้สั่งให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำทางผู้เสียหายอย่างละเอียด และตรวจสอบภาพจากคลิปวิดีโอ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ

สำหรับพฤติกรรมการกระทำผิด ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม มาตรา 278 กรณีกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มีโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เบื้องต้น ผู้ถูกกล่าวหายังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่

ขณะที่นายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า ปัญหาการลวนลามคุกคามทางเพศเกิดขึ้นในทุกหน่วยงาน กระบวนการที่ผู้เสียหาย หรือผู้ถูกกระทำจะออกมาเปิดเผยนั้นยากมาก เพราะไม่กล้าร้องทุกข์เอาผิด กลัวตกงาน กลัวถูกตามข่มขู่คุกคาม

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนี้กระทำมาตั้งแต่ปี 2557 และไม่ใช่รายเดียว ยังมีเพื่อนร่วมงาน อีกหลายรายที่ถูกกระทำด้วย ดังนั้นอยากให้ลงโทษเอาผิดวินัยร้ายแรง ต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง และเพื่อป้องกันข้อครหา

ขณะที่ น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เปิดเผยว่า แม้ไทยจะมีกฎหมาย มีมาตรการต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน แต่เหตุการณ์ก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ได้เอาผิดผู้กระทำอย่างจริงจัง

การตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริง อยากให้มีกรรมการที่เป็นผู้หญิงเข้าไปด้วย รวมถึงมีกรรมการที่เชี่ยวชาญประเด็นดังกล่าว ซึ่งอาจเชิญจากภายนอกองค์กรเพื่อให้การดำเนินการสืบสวนปราศจากข้อกังขา ไม่กระทำซ้ำ และเข้าใจความละเอียดอ่อนของผู้หญิง ซึ่งทั้งหมดนี้ผู้บังคับบัญชาสามารถทำได้ หากเห็นความสำคัญ

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน