นายกฯ สั่งวางแผนแก้น้ำท่วมใต้ จวกเอ็นจีโอค้านทุกโครงการ

นายกฯ สั่งวางแผนแก้น้ำท่วมใต้ จวกเอ็นจีโอค้านทุกโครงการ

นายกฯ สั่งวางแผนแก้น้ำท่วมใต้ จวกเอ็นจีโอค้านทุกโครงการ

รูปข่าว : นายกฯ สั่งวางแผนแก้น้ำท่วมใต้ จวกเอ็นจีโอค้านทุกโครงการ

นายกรัฐมนตรี มอบหมายรองนายก หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ปัญหาน้ำท่วม นำร่องในพื้นที่ภาคใต้ ชี้เอ็นจีโอคัดค้านทุกโครงการ ทั้งสร้างเขื่อนและแหล่งน้ำขนาดใหญ่

วันนี้ (15 ส.ค.2560) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกองทัพเรือจัดซื้อขีปนาวุธปล่อยนำวิธี ฮาร์พูน ว่า เป็นแผนเดิมที่จัดสรรอยู่ในงบประมาณประจำปีอยู่แล้ว ไม่ได้จัดสรรผ่านงบกลางเพิ่มเติม แต่เป็นงบประมาณของกองทัพเรือ โดยเป็นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่บรรจุอยู่ในแผนการต่อเรือฟริเกต เพื่อนำมาปกป้องอธิปไตย เพราะอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ค่อนข้างเก่า ยืนยันว่าจัดซื้อทุกอย่างเท่าที่จำเป็น ส่วนกรณีการตั้งข้อสังเกตการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2561 ของกระทรวงกลาโหม ที่เพิ่มขึ้น 2.2 แสนล้านบาท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สัดส่วนที่กระทรวงกลาโหมได้รับเพิ่มขึ้น ไม่ได้เกินกรอบงบประมาณทั้งหมดของประเทศ และถือว่าได้รับการจัดสรรน้อยกว่าที่่ควรจะได้ด้วย เพราะรัฐบาลต้องคำนึงถึงเรื่องการเกษตร สาธารณสุข การศึกษา ดูแลผู้สูงอายุ แต่ทิ้งเรื่องความมั่นคงไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับเสถียรภาพของประเทศ

"วันข้างหน้าไม่มีของพวกนี้อยู่เลย เราจะอยู่อย่างกันอย่างไร ยืนยันไม่ได้มุ่งหวังจะซื้ออาวุธไปรบ แต่ซื้อไว้เพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางบก ทางทะเล และประเทศเพื่อนบ้านก็ยังมีปัญหากันอยู่ ก็ต้องเตรียมการ ส่วนเหตุผลที่กองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงขึ้น เพราะทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสนใจ อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ชำรุดพุพัง" นายกรัฐมนตรี ระบุ

 

ไม่ห้ามมวลชนให้กำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” แต่ห้ามเกณฑ์คน-จ้างวาน-กีดขวางจราจร

นายกรัฐนตรี กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบข้อมูลการใช้งบประมาณแผ่นดินขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการนำมวลชนมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเรื่องที่ สตง. กำลังตรวจสอบอยู่ หากพบว่านำงบประมาณมาใช้ลักษณะดังกล่าวก็ถือว่าผิด ส่วนจะผิดหรือถูก ต้องไปดูเจตนาบริสุทธิ์หรือไม่ ส่วนตัวไม่เคยห้ามการไปให้กำลังใจ ถ้าอยากทำก็ไป บรถกันมาเอง แต่ถ้ามีบุคคลที่ 3 เข้ามาเกี่ยวข้อง แบบนี้ถือว่าไม่บริสุทธิ์อยู่แล้ว ซึ่งต้องดูว่ามีการจ้างวาน หรือเกณฑ์คนเดินทางมาหรือไม่

"ไม่ว่าจะไปจะศาล หรือมาชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้ากีดขวางการจราจร ยืนยันว่าทุกคนก็โดนหมด จะไม่ปล่อยให้กฎหมายถูกละเมิด วันนี้หลายอย่างได้ผ่อนปรนไปเยอะแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ม.44 หรือ ศาลทหาร ก็ปลดล็อคกันไปเยอะ ถามว่าประเทศดีขึ้นหรือไม่ ก็เห็นแล้วว่ายิ่งไม่กลัวกันเข้าไปอีก ไม่รู้จะเอาอย่างไรกับคนเหล่านี้" นายกรัฐมนตรี ระบุ


สั่งคมนาคมทำแผนซื้อรถเอ็นจีวี 400 คัน เป็นของขวัญปีใหม่คนไทย

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน กรณีปฏิรูปรถเมล์และปรับเปลี่ยนเส้นทางและชื่อสายรถเมล์ใหม่ ทำให้เกิดความสับสน ว่า เป็นความปรารถนาดีที่หน่วยงานต้องการสร้างการรับรู้ให้ประชาชน หากไม่ดีก็สามารถแจ้งได้ นอกจากนี้ สั่งการให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 400 คัน ให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย เบื้องต้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ แต่ที่ผ่านมามีการพูดถึงเรื่องราคากลางของรถเมล์ ที่ต้องการให้ได้ราคาที่ถูกที่สุด ซึ่งเป็นราคากลางเดิมของบริษัทที่นำเข้าชิ้นส่วนมาประกอบในประเทศ เสียภาษีแค่ร้อยละ 30 แต่กลับส่งผลให้ผู้ประกอบการที่จะนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีทั้งคันที่เสียภาษี 100% ไม่สามารถเข้ามาร่วมประมูลได้ ซึ่งได้ให้แนวทางหน่วยงานไปดูแล้วว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง รวมทั้งสั่งการให้กระทรวงคมนาคม เตรียมแผนการจัดซื้อรถเมล์อีก 1,000 คัน ยย้ำให้เป็นรถเมล์ที่มีการประกอบในประเทศไทย เพื่อให้ภาคเอกชนในประเทศไทยเข้าสู่การประมูลด้วย และเป็นการสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ ซึ่งอนาคตจะไม่ใช่การประมูลซื้ออย่างเดียว แต่เป็นการนำร่องสู่การศึกษาและออกแบบ เพื่อให้ได้มาตรฐานเช่นเดียวกับต่างประเทศ

 

นายกฯ จวกเอ็นจีโอค้านทุกโครงการแก้น้ำท่วม

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจัดตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติว่า ได้มอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการบูรณาการหน่วยงานและต้องเป็นหน่วยงานที่สั่งงานได้ ส่วนหน่วยงานเดิมที่มีอยู่แล้วก็ทำหน้าที่ต่อไป เบื้องต้นวางแผนว่าในปี 2560-2561 ต้องแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อย่างไร ให้พิจารณาดูว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด เช่น ขุดคลองลัดเพื่อระบายน้ำ หรือวางแผนกักเก็บน้ำ โดยวันนี้มีผู้เสนอข้อมูลหลายด้าน รวมถึงการสร้างเขื่อน แต่ตนเองยอมรับว่า ยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งจากนักสิทธิมนุษยชนและเอ็นจีโอ ซึ่งต้องถามกลับว่า รัฐบาลพอจะมีวิธีทำอะไรได้บ้าง

"ค้านทุกเรื่อง ค้านทุกอย่าง ขอถามกลับว่าจะทำอะไรได้บ้าง รัฐบาลพอมีวิธีที่จะทำได้ ถ้าสร้างขนาดใหญ่ไม่ได้ ก็ทำให้เล็กลงมาหน่อย แต่พอมาบอกว่าทำไม่ได้เลย แล้วจะเอากันอย่างไร นี่ล่ะประชาธิปไตยที่มันไม่ค่อยถูกต้อง" นายกรัฐมนตรี ระบุ

นายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ต้องแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง จัดสรรน้ำบริโภคอุปโภคให้ทั่วถึง ซึ่งบางอย่างต้องเริ่มด้วยการสร้างเขื่อน หรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ แต่พอมีการคัดค้านว่าสร้างอะไรไม่ได้เลย คือปัญหาสำคัญของไทย โดยเฉพาะสิ่งที่ห่วงใยคือเรื่องฝน รัฐบาลช่วยในขั้นตอนการช่วยเหลือ ป้องกัน เตรียมการและให้ข้อมูล แต่การระบายน้ำลงสู่ทะเลต้องพิจารณาดูว่าจะขุดคลองใหม่ได้หรือไม่

กลับขึ้นด้านบน