สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์บูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ หลังเป็นโทนสีขาวไร้กระเบื้องหลากสีโบราณ

สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์บูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ หลังเป็นโทนสีขาวไร้กระเบื้องหลากสีโบราณ

สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์บูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ หลังเป็นโทนสีขาวไร้กระเบื้องหลากสีโบราณ

รูปข่าว : สื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์บูรณะพระปรางค์วัดอรุณฯ หลังเป็นโทนสีขาวไร้กระเบื้องหลากสีโบราณ

กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ถึงภาพการบูรณะวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ที่พบว่าล่าสุดกลายเป็นโทนสีขาว ไม่มีกระเบื้องหลากสีโบราณ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมโบราณ และนักวิชาการวิพากษ์ว่าไม่เหมาะสม

วันนี้ (16 ส.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดแจ้ง ที่ผ่านการบูรณะในรอบ 14 ปี เนื่องจากมีความทรุดโทรมทั้งเรื่องของเชื้อรา และการเปื่อยยุ่ยของเนื้อปูน ถูกสื่อสังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม อาทิ เฟซบุ๊กของ รศ.ต่อตระกูล ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความว่า "บูรณะแบบไหน ถึงมาแปลงโฉมพระปรางค์ วัดอรุณ เป็นโทนสีขาว แกะกระเบื้องหลากสีจากจานเคลือบสีโบราณล้ำค่าหายออกไปแล้ว ทำแบบนี้ทำไม ? ใครรู้ช่วยตอบด้วย"

เช่นเดียวกับ ศ.สายัณห์ ไพรชาญจิตร์ ผู้เชี่ยวชาญโบราณคดีชุมชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ได้บันทึกภาพถ่ายก่อนการบูรณะ เมื่อปี 2556 นำมาเปรียบเทียบกับภาพปัจจุบัน เห็นแล้ว น้ำตาตกใจ อาลัยอย่างที่สุด กับผลงานการบูรณะ

ก่อนหน้านี้ โครงการบูรณะพระมหามงกุฎ วัดอรุณราชวราราม โพสต์ชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก แต่ภายหลังได้ลบข้อความออกไป เนื่องจากมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง โดยสาระสำคัญเป็นการชี้แจงถึงข้อห่วงใยต่อการบูรณะพระปรางค์ฯ แต่ทั้งนี้ การบูรณะได้มีการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการอย่างละเอียด เพราะเป็นการบูรณะครั้งใหญ่ในรอบกว่า 10 ปี

ส่วนกระเบื้องสีที่นำขึ้นไปประดับบนองค์พระปรางค์ เป็นการซ่อมเปลี่ยนแทนวัสดุเดิมที่ร่วงหล่น ส่วนที่เป็นของดั้งเดิมที่ยังคงสภาพดีอยู่ ก็คงไว้ดังเดิม และที่องค์ปรางค์เป็นสีขาวนั้น เกิดจากการทำความสะอาดคราบตะไคร่น้ำและทาสีน้ำปูน ซึ่งเป็นสีดั้งเดิมขององค์พระปรางค์ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ทางโครงการฯ ขอย้ำว่าการบูรณะครั้งนี้ ได้มีการศึกษาค้นคว้าก่อนการดำเนินการ และบันทึกรายละเอียดระหว่างการทำงาน และควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรที่มีความรู้ความชำนาญ และอยู่ในสายตาของวัด ทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มดำเนินจนเสร็จสมบูรณ์

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน