ถอดบทเรียนจุดอ่อนเหตุปล้นรถทำระเบิด

ถอดบทเรียนจุดอ่อนเหตุปล้นรถทำระเบิด

ถอดบทเรียนจุดอ่อนเหตุปล้นรถทำระเบิด

รูปข่าว : ถอดบทเรียนจุดอ่อนเหตุปล้นรถทำระเบิด

แม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมความสูญเสียจากเหตุปล้นรถยนต์มาประกอบระเบิดให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มองว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความผันแปรของสถานการณ์ความรุนแรงที่ผู้ก่อเหตุพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบการสร้างเหตุรุนแรงตลอดเวลา

แม้รถที่ถูกปล้นจากเต็นท์วังโต้คาร์เซ็นเตอร์ อ.นาทวี จ.สงขลา เพื่อนำไปประกอบระเบิดจะพบแล้วทั้ง 7 คัน แต่เจ้าหน้าที่ยังคงรักษาความปลอดภัยบริเวณร้านวังโต้คาร์เซ็นต์ ซึ่งวันนี้ยังคงปิดทำการต่อเนื่อง เพราะพนักงานและเจ้าของเต็นท์ ยังอยู่ในอาการหวาดผวา หลายคนบอกว่า อยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนเป็นเพียงฝันร้าย และยอมรับว่าการทำธุรกิจต่อไปจากนี้จะต้องระวังตัวมากขึ้น

การแกะรอยความเชื่อมโยงของกลุ่มแนวร่วมที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้แบ่งการสอบสวนเป็นสองชุด ชุดแรกสอบปากคำพยานผู้อยู่ในเหตุการณ์และผู้รอดชีวิต ซึ่งปัจจุบัน ตำรวจภูธรภาค 9 ได้ดำเนินมาตรการในการคุ้มครองพยาน ขณะที่เจ้าหน้าที่อีก 1 ชุดเร่งแกะรอยผู้ที่รู้เห็นกับแนวร่วมที่เสียชีวิต 1 คนในรถที่ถูกเจ้าหน้ายิงสกัดขณะขับรถผ่านด่านตรวจเกาะหม้อแกง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พร้อมวัตถุระเบิดเพื่อเชื่อมต่อกลุ่มแนวร่วมที่เหลือ รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนด้านวัตถุระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่า น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 10 คน

ผศ.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ วิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ผู้ก่อเหตุเลือกเป้าหมายนำรถที่ปล้นมาจาก อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มาก่อเหตุที่ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ เพราะ อ.นาทวี การดูแลของเจ้าหน้าที่อาจไม่เข้มงวดเมื่อเทียบกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบกับเส้นทางที่เชื่อมต่อพื้นที่ อ.นาทวี มีทั้งเส้นทางสายหลักและสายรอง ที่จะหลบเลี่ยงด่านตรวจ แต่สาเหตุที่ปฎิบัติครั้งนี้อาจไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวังมากนัก เพราะการเลือกก่อเหตุแค่จุดเดียว แทนการก่อเหตุแบบดาวกระจายตามปกติ รวมถึงกลุ่มแนวร่วมที่ก่อเหตุอาจมีประสบการณ์ไม่มากนักในการก่อเหตุครั้งใหญ่ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยับยั้งความสูญเสียได้ระดับหนึ่ง

แม้เจ้าหน้าที่จะควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงไม่ให้บานปลายได้ แต่ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสะท้อนถึงความผันแปรของสถานการณ์ความรุนแรงที่ผู้ก่อเหตุพยายามสร้างขึ้นในพื้นที่ตลอดเวลา ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ต้องมีแผนในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้นในอนาคต

 

 

กลับขึ้นด้านบน