“พล.อ.บุญสร้าง” เตรียมสรุปปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

“พล.อ.บุญสร้าง” เตรียมสรุปปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

“พล.อ.บุญสร้าง” เตรียมสรุปปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

รูปข่าว : “พล.อ.บุญสร้าง” เตรียมสรุปปฏิรูปตำรวจ 21 ส.ค.นี้

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เรียกประชุมกรรมการเต็มคณะ 35 คน พร้อมอนุกรรมการ 5 ด้าน ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พร้อมยืนยันเรื่องคืบหน้าร้อยละ 80 จากกรอบการทำงานทั้งหมด

วันนี้ (19 ส.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจเตรียมสรุปผลคืบหน้าในช่วง 2 เดือน หลังจากทำการศึกษาข้อมูลจากบทความ สัมมนา รวมไปถึงผลงานวิจัยของสำนักต่าง ๆ ทั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ ที่มีมากกว่า 4,000 เรื่อง แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์แบบ

แต่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ยืนยันถึงความคืบหน้าประมาณร้อยละ 80 และในวันจันทร์หน้าจะมีการสรุปผล ก่อนจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน

สำหรับข้อสรุปของคณะอนุกรรมการด้านหน้าที่อำนาจและภารกิจของตำรวจ จะมีการเสนอให้ปรับโอนภารกิจไปสู่หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง ส่วนการกระจายอำนาจจะมีการเสนอให้กระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ส่วนต่าง ๆ ในภูมิภาค

ส่วนคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล จะเสนอให้การแต่งตั้งโยกย้าย ด้วยการกระจายอำนาจลงไปสู่กองบัญชาการภาคต่าง ๆ รวมถึงกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่จะให้ผู้บัญชาการภาค มีอำนาจในการปรับย้ายเป็นหลัก ในขณะที่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ กตช. จะมีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำหนดนโยบาย โดยจะไม่เกี่ยวข้องกับการปรับย้าย

ขณะที่คณะกรรมการข้าราชตำรวจหรือ กตร.จะให้อำนาจผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในการคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ และผู้ที่จะมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ จะมีระบบคัดเลือกที่โปร่งใส ก่อนส่งรายชื่อให้นายกรัฐมนตรี เป็นผู้พิจารณาขั้นตอนสุดท้าย

และหากนายกรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบก็จะจบขั้นตอน แต่หากนายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย ก็จะต้องส่งกลับมาให้ กตร.พิจารณายืนยัน โดยจะต้องมีการรับรอง 2-3 เสียง แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องพิจารณาตามกำหนดเพียง 7 วันเท่านั้น

สำหรับคณะอนุกรรมการด้านการบังคับใช้กฎหมายและระบบการสอบสวนคดีอาญา พล.อ.บุญสร้าง ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะมีหลายฝ่ายที่เห็นต่างกัน แต่แนวโน้มคือจะสิ้นสุดอยู่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพนักงานสอบสวนจะต้องมีอิสระในการปฏิบัติงานและที่สำคัญคือจะต้องปลอดการแทรกแซง

ทั้งนี้ การปฏิรูปตำรวจอาจจะต้องใช้เวลาเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พร้อมกับศึกษาพิจารณาตำรวจไทยในอนาคต 2 ทศวรรษ หรือ 20 ปีข้างหน้า ว่าหน้าตาสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเป็นอย่างไร

 

 

กลับขึ้นด้านบน