“เคนยา” ห้ามใช้ถุงพลาสติกในประเทศ ฝ่าฝืนเจอโทษ ติดคุก-ปรับ 1.3 ล้านบาท

“เคนยา” ห้ามใช้ถุงพลาสติกในประเทศ ฝ่าฝืนเจอโทษ ติดคุก-ปรับ 1.3 ล้านบาท

“เคนยา” ห้ามใช้ถุงพลาสติกในประเทศ ฝ่าฝืนเจอโทษ ติดคุก-ปรับ 1.3 ล้านบาท

รูปข่าว : “เคนยา” ห้ามใช้ถุงพลาสติกในประเทศ ฝ่าฝืนเจอโทษ ติดคุก-ปรับ 1.3 ล้านบาท

"เคนยา" เริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามจำหน่ายหรือใช้ถุงพลาสติกในประเทศ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป้องกันปัญหามลพิษ ฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษจำคุกนานถึง 4 ปี และปรับเป็นเงินกว่า 1.3 ล้านบาท

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศเคนยาเริ่มบังคับใช้มาตรการ ห้ามจำหน่าย ผลิตรวมถึงการใช้ถุงพลาสติกในประเทศ โดยหากผู้ใดฝ่าฝืนอาจเจอโทษจำคุกคุกสูงสุด 4 ปี หรือปรับเป็นเงินสูงสุด 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,320,000 บาท เพื่อลดการเกิดมลพิษจากขยะพลาสติก มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากมีความพยายามบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ตลอด 10 ปีที่ผ่าน

เคนยา ถือเป็นประเทศล่าสุดในทวีปแอฟริกาที่บังคับใช้กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก หลังจากที่ รวันดา มอริเตเนีย เอริเทรีย และอีกหลายประเทศได้บังคับใช้กฎหมายในลักษณะเดียวกัน ปัจจุบันปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองถือเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่หลายประเทศในทวีปแอฟริกากำลังเผชิญ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อปศุสัตว์อีกด้วย

ข้อมูลจากโครงการสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบถุงพลาสติกจำนวนมากในระบบทางเดินอาหารของวัวที่ถูกส่งไปยังโรงฆ่าสัตว์ในกรุงไนโรบี วัวบางตัวมีถุงพลาสติกอยู่ในท้องมากถึง 20 ใบ

กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจผลิตถุงพลาสติก แสดงความกังวลว่า กฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกอาจทำให้แรงงานประมาณ 80,000 คน ต้องตกงาน

กระทรวงแรงงานเคนยา เปิดเผยว่า รัฐบาลมีมาตรการรองรับด้วยการสร้างงานใหม่ให้แก่ประชาชนในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

กลับขึ้นด้านบน