กรมศุลกากร จับแก๊งค้าตัวลิ่น 136 ตัวลักลอบจากมาเลเซีย

กรมศุลกากร จับแก๊งค้าตัวลิ่น 136 ตัวลักลอบจากมาเลเซีย

กรมศุลกากร จับแก๊งค้าตัวลิ่น 136 ตัวลักลอบจากมาเลเซีย

รูปข่าว : กรมศุลกากร จับแก๊งค้าตัวลิ่น 136 ตัวลักลอบจากมาเลเซีย

กรมศุลกากรจับยึดตัวนิ่ม หรือลิ่นมีชีวิต 136 ตัว และเกล็ดลิ่นอีก 450 กิโลกรัมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท ลักลอบขนจากประเทศมาเลเซียใช้เส้นทางชุมพร ขณะที่ปี 2560 สามารถจับกุมคดีค้างาช้าง ตัวลิ่น และเกล็ดลิ่น 34 คดี รวมมูลค่ากว่า 246 ล้านบาท

วันนี้ (31 ส.ค.2560) นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมนายวรวุฒิ วิบูลศิริชัย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม รวมกันแถลงข่าวการตรวจยึดตัวนิ่มหรือลิ่นมีชีวิตจำนวน 136 ตัว และเกล็ดลิ่นอีก 450 กิโลกรัม ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย มูลค่ากว่า 2,500,000 บาท ซึ่งทั้งตัวนิ่มและเกล็ดตัวนิ่มถูกขึ้นบัญชีเลขที่ 1 ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) และเป็นของต้องห้ามนำเข้าหรือนำผ่านตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

นายกุลิศ บอกว่า การจับกุมขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าครั้งนี้ ทีมงานของกรมศุลกากร สืบทราบว่าจะมีการลักลอบนำตัวลิ่น และเกล็ดเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย โดยทยอยลักลอบเข้ามา และจะมีรถยนต์กระบะมารับสินค้าต่อในบริเวณจ.ชุมพร จึงได้สะกดรอย ติดตาม เมื่อรถกระบะต้องสงสัยเดินทางถึงเขตพื้นที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามของศุลกากรปราณบุรี เมื่อช่วงคืนวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัว และขอเข้าตรวจค้นรถยนต์กระบะต้องสงสัยจำนวน 2 คัน ผลการตรวจค้นเจอตัวนิ่มมีชีวิต จำนวน 136 ตัว และเกล็ดตัวนิ่มจำนวน 450 กิโลกรัม  

 

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 22 ส.ค.นี้ กรมศุลกากร ยังได้จับกุมงาช้างลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางพัสดุขนส่งระหว่างประเทศ จำนวน 6 กิ่ง น้ำหนักรวม 2.8 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 250,000 บาท อีกด้วย

ขณะที่ปีงบประมาณ 2560  กรมศุลกากร เคยจับกุมตัวนิ่มและผลิตภัณฑ์จากตัวนิ่มไปแล้วกว่า 2.9 ตัน มูลค่ากว่า 29 ล้านบาท และจับกุมงาช้าง และผลิตภัณฑ์จากงาช้างไปแล้วกว่า 16,730 ชิ้น น้ำหนักรวม 75 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 7.5 ล้านบาท สำหรับสถิติคดีที่เกี่ยวข้องกับสินค้าทั้งหมดที่ถูกขึ้นบัญชี ไซเตส ในปีงบประมาณ 2560 นั้น จับกุมมาแล้ว 34 คดี รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 246,167,564 บาท 

 

กลับขึ้นด้านบน