"ตัวลิ่น" ของกลางตายเพียบ-อาการโคม่า

"ตัวลิ่น" ของกลางตายเพียบ-อาการโคม่า

"ตัวลิ่น" ของกลางตายเพียบ-อาการโคม่า

รูปข่าว : "ตัวลิ่น" ของกลางตายเพียบ-อาการโคม่า

ตัวลิ่นของกลางจากกรมศุลกากรที่ยึดได้ 136 ตัว และส่งมอบให้กรมอุทยานฯนำมาดูแลและฟื้นฟู ตายแล้วกว่า 20 ตัว บางส่วนอาการโคม่า สัตวแพทย์ต้องดูแลใกลชิด พบม้วนกลม ไม่กินอาหาร เนื่องจากบอบช้ำจากการถูกลักลอบเดินทางไกล

วันนี้(1 ก.ย.2560) นายสัตวแพทย์เบญจรงค์ สังขรักษ์ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง จ.นครนายก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช บอกว่า หลังจากกรมศุลกากร ส่งมอบตัวลิ่น หรือตัวนิ่มของกลางมีชีวิต จำนวน 136 ตัว ที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียให้คลินิกสัตว์ป่านำมาดูแลฟื้นฟูเมื่อช่วงเย็นวานนี้(31 ส.ค.) จากนั้นได้ส่งต่อมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง รวม 106 ตัว เนื่องจากมีตัวลิ่นตายไป 10-20 ตัว บางส่วนต้องอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์ที่คลินิกสัตว์ป่า

 

 

เบื้องต้นหลังจากย้ายมาที่ศูนย์ช่วยสัตว์ป่าภาคกลาง พบว่าบางตัวม้วนตัวกลมอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหว ไม่กินอาหาร และน้ำ ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่ตายลงอีก เนื่องจากมีความบอบช้ำจากการขนส่งที่อัดตัวลิ่นในถุงปุุ๋ย ขนใส่รถอัดมาคราวละมากๆเดินทางไกลจากภาคใต้ไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อส่งไปปลายทาง ขณะที่จะมีการอัดแป้ง เพื่อเพิ่มน้ำหนักทำให้ลิ่นกินอะไรไม่ได้ ยอมรับว่าโอกาสรอดของลิ่นที่ถูกลักลอบขนมาส่วนใหญ่จะตายเกือบทั้งหมด 

 

 

นายสัตวแพทย์เบญจรงค์ บอกอีกว่า ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์ ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งยอมรับว่านิสัยของตัวลิ่น ต้องกินมดเป็นอาหารเฉลี่ยตัวละ 2 ขีดต่อวัน ทางเจ้าหน้าที่ต้องพยายามไปหามด เพื่อนำมาให้ลิ่นของกลาง นอกจากนี้ยังได้เจาะเลือดลิ่นทุกตัวและส่งมาที่ห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯเพื่อสร้างฐานข้อมูลตัวลิ่น และหาแหล่งที่มาและสายพันธ์ุลิ่นในอนาคต

 

 

 

สำหรับตัวลิ่นล็อตนี้ กรมศุลกากรจับยึดได้ 136 ตัว และเกล็ดลิ่นอีก 450 กิโลกรัมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท ลักลอบขนจากประเทศมาเลเซียใช้เส้นทางชุมพร ทั้งตัวนิ่มและเกล็ดตัวนิ่มถูกขึ้นบัญชีเลขที่ 1 ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) และเป็นของต้องห้ามนำเข้าหรือนำผ่านตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน