กังขา "กรมศุลกากร"ระงับคดีงดฟ้องจับตัวลิ่น 136 ตัว-ปล่อยผู้ต้องหาหนี

กังขา "กรมศุลกากร"ระงับคดีงดฟ้องจับตัวลิ่น 136 ตัว-ปล่อยผู้ต้องหาหนี

กังขา "กรมศุลกากร"ระงับคดีงดฟ้องจับตัวลิ่น 136 ตัว-ปล่อยผู้ต้องหาหนี

รูปข่าว : กังขา "กรมศุลกากร"ระงับคดีงดฟ้องจับตัวลิ่น 136 ตัว-ปล่อยผู้ต้องหาหนี

กรมอุทยานฯ เตรียมทำหนังสือถึงกรมศุลกากร เพื่อขอให้ทบทวนการระงับคดีฟ้องร้องกรณีการจับและยึดตัวลิ่นมีชีวิต จำนวน 136 ตัวที่ด่านชุมพร พร้อมเกล็ดลิ่น มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท แหล่งข่าว ห่วงเร่งตัดตอนกระบวนการค้าตัวนิ่มข้ามชาติ

วันนี้ (1 ก.ย.2560 )ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร แถลงข่าวการตรวจยึดตัวนิ่มหรือลิ่นมีชีวิตจำนวน 136 ตัว และเกล็ดลิ่นอีก 450 กิโลกรัม ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย มูลค่ากว่า 2,500,000 บาทจากพื้นที่จ.ชุมพร ได้ผู้ต้องหาพร้อมรถของกลาง แต่ผู้ต้องหาหลบหนีไป 

จากนั้นในช่วงเย็นวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา นายพร้อมชาย สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนและปราบปราม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม  กรมศุลกากร ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช  ระบุขอนำส่งของกลางในคดีมาเพื่อดูแลรักษา เนื่องจากเป็นสัตว์ป่า ที่มีถิ่นกำเนิดต่างประเทศ ภายใต้พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์(ไซเตส) เหตุเกิดที่ศูนย์ป้อง กันและปราบปรามของศุลกากรปราณบุรี ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งกรมศุลกากรได้ระงับคดีงดการฟ้องร้องแล้ว และขอนำส่งตัวนิ่ม หรือลิ่นมีชีวิต และเกล็ดลิ่นให้กรมอุทยานฯดูแลรักษาต่อ

 

ห่วง "กรมศุลกากร" ตัดตอนถึงขบวนการค้าข้ามชาติ

 แหล่งข่าวจากกรมอุทยานฯ ยอมรับว่าค่อนข้างตกใจที่กรมศุลกากร ระงับคดีสั่งไม่ฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีดังกล่าว ที่สำคัญยังระบุว่าผู้ต้องหาหลบหนีทั้งที่อยู่ระหว่างการจับกุม ทั้งที่มีของกลาง และตรวจยึดได้แล้ว ตั้งข้อสังเกตว่าการที่กรมศุลกากรใช้อำนาจในการระงับคดี โดยการอ้างพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อระงับคดีเพราะตัวลิ่น ทำได้หรือไม่ เพราะตัวชิ่น เป็นสัตว์ป่า ไม่ใช่สินค้า หรือของหนีภาษีพวกเหล้า บุหรี่ ขณะที่กรมอุทยานฯ พยายามแกะรอยการค้าตัวลิ่นข้ามชาติมานานแล้ว เพื่อสาวให้ถึงขบวนการใหญ่ แต่กลับทำได้ยาก เพราะที่ผ่านมาในคดีรายใหญ่ของปีนี้ จับได้แค่คนขับรถขนของไปส่ง และคนที่รับตัวลิ่นมาดูแลเพื่อส่งต่อไปปลายทาง แต่ถูกตัดตอนไม่พาดพิงไปถึงใครที่อยู่ในขบวนการค้า ดังนั้นเตรียมจะหารือฝ่ายกฎหมาย และกองไซเตส และทำหนังสือสอบถามไปที่กรมศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้คดีนี้มีเงื่อนงำ และถูกตัดตอนแบบง่ายๆ

ขณะที่การนำตัวลิ่น ซึ่งไม่ได้ตกเป็นของกลางเพราะไม่ถูกแจ้งเป็นคดี และนำมาส่งกรมอุทยาน ดูแล จาการตรวจรับมอบพบว่าตัวลิ่น 110 ตัว ในจำนวนนี้ มีอาการอ่อนเพลีย  12 ตัว และสุดท้ายตายไปแล้ว

 

 

"ตัวลิ่น" เริ่มปรับสภาพดีขึ้นหลังพักฟื้น 

ด้านนายสัตวแพทย์เบญจรงค์ สังขรักษ์ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง จ.นครนายก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บอกว่า ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง นำตัวลิ่น หรือนิ่มที่กรมศุลกากร ตรวจยึดได้จากพื้นที่ชุมพร จำนวน 106 ตัว จาก 136 ที่ถูกที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย นำมาฟื้นฟู บางตัวเริ่มมีอาการดีขึ้น ว่ายน้ำ และเดินไปมาได้ แต่บางตัวก็ยังนอนนิ่งๆ และมีตายแล้วเกือบ 20 ตัวเนื่องจากสภาพร่างกายบอบช้ำ ในระหว่างการลักลอบมาจากป่าเพื่อส่งขายไปปลายทางประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังมีการปรับปรุงกรงให้มีสภาพแข็งแรง ขึ้นด้วย 

 สำหรับ ตัวนิ่มและเกล็ดตัวนิ่มถูกขึ้นบัญชีเลขที่ 1 ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) และเป็นของต้องห้ามนำเข้าหรือนำผ่านตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

กรมศุลกากร จับแก๊งค้าตัวลิ่น 136 ตัวลักลอบจากมาเลเซีย

 "ตัวลิ่น" ของกลางตายเพียบ-อาการโคม่า

แกะรอยเส้นทางค้า"ตัวลิ่น"ชายแดนไทย-มาเลเซีย

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน