"ตัวนิ่ม" ของกลางอีก 80 ตัวอาการโคม่ายังต้องเฝ้าระวัง

"ตัวนิ่ม" ของกลางอีก 80 ตัวอาการโคม่ายังต้องเฝ้าระวัง

"ตัวนิ่ม" ของกลางอีก 80 ตัวอาการโคม่ายังต้องเฝ้าระวัง

รูปข่าว : "ตัวนิ่ม" ของกลางอีก 80 ตัวอาการโคม่ายังต้องเฝ้าระวัง

น่าห่วง ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง กรมอุทยานฯ ระบุ ตัวนิ่มจากกรมศุลกากร136 ตัวตายแล้ว 40 ตัว ส่วนอีก 80 ตัวยังต้องเฝ้าดูอาการ บางตัวนอนมุดดินนิ่งสาเหตุเกิดจากการขาดอาหารและขั้นตอนการขนส่ง ขณะที่การผ่าพิสูจน์ เก็บชิ้นเนื้อ เลือดตรวจสอบ

วันนี้( 2 ก.ย.2560) นายสัตวแพทย์เบญจรงค์ สังขรักษ์ หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง  กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช บอกว่า หลังจากกรมศุลกากร ส่งมอบตัวนิ่ม หรือตัวลิ่นของกลางมีชีวิต จำนวน 136 ตัว ที่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียให้คลินิกสัตว์ป่านำมาดูแลฟื้นฟูเมื่อช่วงเย็นวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้ส่งต่อมาที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าภาคกลาง จำนวน 106 ตัว ขณะนี้มีตัวนิ่มที่อยู่ในการเฝ้าดูอาการกว่า 80 ตัว 

โดยตลอดระยะเวลาที่เฝ้าสังเกตอาการพบว่าตัวนิ่มเริ่มตายมากเพิ่มขึ้นจำนวน 40 ตัวสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากขั้นตอนการขนส่ง เพราะตัวนิ่ม แต่ละตัวเดินทางมาในระยะทางที่ไกล รวมถึงไม่ได้กินอาหาร ส่งผลให้ตัวที่อ่อนแออยู่แล้วค่อยทยอยตายลง แม้บางส่วนจะสามารถปีนกรง และเดินได้แล้ว แต่บางตัวมีสภาพนอนแน่นิ่ง มุดตัวลงดินและยังต้องเฝ้าดูอาการ

 

นายสัตวแพทย์เบญจรงค์ บอกว่า หลังจากตัวนิ่มตายแล้ว ทีมสัตวแพทย์ได้ลองผ่าชันสูตรตเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตาย โดยจากการผ่าชันสูตร เจ้าหน้าที่เลือกตัวนิ่มตายตัวล่าสุดผลจากการผ่าชันสูตรเบื้องต้นพบอวัยวะทุกส่วนมีความสมบูรณ์ โดยเฉพาะส่วนกะเพาะ และ ลำไส้ ไม่พบว่ามีการยัดสิ่งแปลกปลอมลงไป เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวนิ่ม ซึ่งเป็นการเพิ่มราคาของตัวนิ่มในตลาดมืด

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้แยกเก็บตัวอย่างอวัยวะ ตัวนิ่ม เพื่อส่งให้หน่วยพยาธิวิทยา กรมปศุสัตว์ หาการตายที่แน่ชัดต่อไป ส่วนตัวอย่างเลือดของตัวนิ่ม เจ้าหน้าที่ส่งไปคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อทำการวิจัยต่อ

 

 

จากสถิติที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการลำเลียงตัวนิ่มย้อนหลัง 3 ปี พบว่า ปี 2560 มีการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุมครอง โดยเฉพาะตัวนิ่มมากที่สุด

สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2560 เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร สามารถตรวจยึดตัวนิ่มมีชีวิต 136ตัว พร้อมเกล็ดตัวนิ่มกว่า 450 กิโลกรัม ได้บริเวณศูนย์ป้องกันและปราบปรามกรมศุลกากรปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในวันที่31ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรสั่งระงับคดีงดการฟ้องร้อง และส่งมอบให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เก็บรักษาของกลางตัวนิ่ม โดยไม่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด ส่งผลให้คดีนี้ไม่มีการออกหมายจับ ผู้กระทำความผิด2คน ที่หลบหนีระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว รวมถึงการอายัดรถของกลาง2คัน จึงไม่เกิดขึ้น

 

นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตว่าคดีนี้ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรสามารถระงับคดีได้ โดยอ้างถึงพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ระบุไว้ว่า ตัวนิ่มเป็นสัตว์ป่า มิใช่สินค้าหรือของหนีภาษี

สำหรับตัวนิ่มตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือ ไซเตส มีมติให้ปรับลิ่นหรือตัวนิ่ม ขึ้นเป็นสัตว์ในบัญชีหมายเลข 1 มีผลเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา หมายถึงตัวลิ่นถูกจัดเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ห้ามนำเข้า ส่งออก และนำผ่านอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับงาช้าง นอแรด เสือ

 

กลับขึ้นด้านบน