นักวิชาการเชื่อระบายข้าวค้างสต็อกหมด ช่วยราคาขยับขึ้นใน 2 ปี

นักวิชาการเชื่อระบายข้าวค้างสต็อกหมด ช่วยราคาขยับขึ้นใน 2 ปี

นักวิชาการเชื่อระบายข้าวค้างสต็อกหมด ช่วยราคาขยับขึ้นใน 2 ปี

รูปข่าว : นักวิชาการเชื่อระบายข้าวค้างสต็อกหมด ช่วยราคาขยับขึ้นใน 2 ปี

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เชื่อหากระบายข้าวค้างสต็อกหมด จะช่วยให้ราคาข้าวไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ประสิทธิ์ กรรณวัฒน์ ชาวนา อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร ตัดสินใจกลับมาปลูกข้าวนาปรังอีกครั้ง แม้โรงสีและท่าข้าวจะรับซื้อไม่ถึง 6,000 บาทต่อตัน เนื่องจาก 2 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนไปปลูกข้าวโพด ถั่ว และแตงโม แต่ประสบปัญหาขาดทุนจากราคาผลผลิตตกต่ำและไม่มีตลาดรองรับ

ขณะที่จำรัส โม้ชาวนา เกษตรกร อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก มองว่าการปลูกข้าว คือทางเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุดในเวลานี้ แต่ต้องประสบปัญหาหลังถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาให้ต่ำลงอีก

ศ.มาฆะสิริ เชาวกุล นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่ศึกษาวิจัยตลาดข้าวของประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันผู้ส่งออกจำนวนไม่น้อยต้องการข้าวสารเก่าค้างสต๊อกของรัฐบาล จึงส่งผลกระทบต่อระดับราคาข้าวในประเทศ หากระบายข้าวค้างสต๊อกได้หมด วงจรและกลไกตลาดข้าวจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ช่วงเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ระบุว่า การขายข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มีการทำสัญญาซื้อขายกับ 3 ประเทศผู้ซื้อหลัก รวม 3,460,000 ตัน มูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท ขณะที่การขายข้าวรูปแบบเอกชนต่อเอกชน ปัจจุบันมีสัญญาณการสั่งซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้น ทั้งจากประเทศอิรัก อิหร่าน บังคลาเทศ และฟิลิปปินส์ โดยปีนี้กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายส่งออกข้าวให้ได้ 10,000,000 ตัน

 

 

กลับขึ้นด้านบน