จับพิรุธคดีลักลอบค้าตัวลิ่น -เปิดวงจรปิด 2 ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนี

จับพิรุธคดีลักลอบค้าตัวลิ่น -เปิดวงจรปิด 2 ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนี

จับพิรุธคดีลักลอบค้าตัวลิ่น -เปิดวงจรปิด 2 ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนี

รูปข่าว : จับพิรุธคดีลักลอบค้าตัวลิ่น -เปิดวงจรปิด 2 ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนี

คดีลักลอบค้าตัวลิ่นที่กรมศุลากร ตรวจยึดเมื่อวันที่ 30 ส.ค. จำนวน 136 ตัว วันนี้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร นำซีดีหลักฐานกล้องวงจรปิด ยืนยันกับตำรวจว่าผู้ต้องหาหลบหนีระหว่างตรวจยึด ขณะที่อุทยานฯ ชี้อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่ให้ร่วมจับกุม

วันนี้ (5 ก.ย.2560) ทีมข่าวไทยพีบีเอส ยังคงเกาะติดคดีกรมศุลกากรตรวจยึดตัวลิ่น หรือตัวนิ่มจำนวน 136 ตัว และเกล็ดลิ่น 450 กิโลกรัม บริเวณด่านศุลกากรปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ในระหว่างตรวจยึด ผู้ต้องหา 2 คนกลับวิ่งหนีไปได้ 

ทั้งนี้ ภาพกล้องวงจรปิด บันทึกเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่นายกฤช สิมมา กับนายธนกฤต ทูลฉลอง ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนี การจับกุมของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร หลังถูกสกัดและตรวจรถต้องสงสัย พบของกลางตัวนิ่มมีชีวิต 136 ตัว และเกล็ดลิ่น 450 กิโลกรัม บริเวณด่านกรมศุลกากรปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

คดีนี้เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรปราณบุรี ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรสามร้อยยอด เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน มาดำเนินคดีตามความผิด พ.ร.บ.กรมศุลกากร และพ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว รวมถึงออกหมายเรียกให้ผู้ที่มีรายชื่อครอบครองรถกระบะของกลางทั้ง 2 คัน เข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว

 

ตร.กังขา กรมศุลกากรส่งแผ่นซีดีหลักฐานไม่มีภาพ


ที่มข่าวไทยพีบีเอส ยังได้เกาะติดที่สถานีตำรวจภูธรสามร้อยยอด ซึ่งวันนี้นายไพโรจน์ ศรีบุญนาค เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากรปราณบุรี ได้นำแผ่นซีดีกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่ 2 ผู้ต้องหา วิ่งหลบหนีระหว่างที่ เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรตรวจค้นรถลำเลียงตัวลิ่นมาให้เป็นหลักฐาน มอบให้ตำรวจภูธรสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธุ์ เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในรอบแรก แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดดูกลับไม่พบมีไฟล์ภาพใดๆจนต้องติดต่อให้นำภาพเหตุการณ์มาส่งให้ตำรวจอีกครั้ง

สำหรับการตรวจยึดตัวลิ่น ของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรปราณบุรี ถูกตั้งข้อสังเกตจากเจ้าหน้าที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ว่า เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ปฏิเสธให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยาน  เข้าร่วมกับจับกุม แม้ว่าตัวลิ่นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรสามารถยึดของกลางไว้ได้ ตามพ.ร.บ.กรมศุลกากร

 

 

ชี้อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ ยังระบุว่า วันที่กรมศุลกากร เดินทางไปลงบันทึกประจำวัน กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมอุท ยานแห่งชาติ ลงบันทึกประจำวันร่วม ซึ่งการกระทำของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามข้อสั่งการให้ปฏิบัติ เพื่อป้องกันทำให้รัฐเสียหาย ที่สำนักเลขาธิการมติคณะรัฐมนตรี ออกเป็นยหนังสือเวียนให้ทุกกระทรวง กรมไว้เมื่อ 6 พ.ค.2534 ในข้อ 1.1 ระบุไว้ว่ากรณีเจ้าหน้าที่หน่วยงานใด ก็ตามมิใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้จับกุม หรือดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ และกรณีเป็นความผิดตามกฎหมายอื่น ที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของผู้จับกุมด้วย ก็ให้เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่ทำการจับกุมรีบแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีทันที และแจ้งประสานงานไปให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบตามกฎหมายอื่นนั้นทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 

ซึ่งการตรวจยึดตัวลิ่น ของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร เห็นได้ชัดว่าของการไม่ใช่ของหนีภาษี แต่เป็นตัวลิ่นซึ่งเป็นสัตว์คุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535

สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร สามารถตรวจยึดตัวลิ่น มีชีวิต 136 ตัว พร้อมเกล็ดตัวนิ่มกว่า 450 กิโลกรัม ได้บริเวณศูนย์ป้องกันและปราบปรามกรมศุลกากรปราณบุรี อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

 

 

กังขา "กรมศุลกากร"ระงับคดีงดฟ้องจับตัวลิ่น 136 ตัว-ปล่อยผู้ต้องหาหนี

"กรมศุลกากร"งัดหลักฐานแจ้งความ 2 คนรถขนตัวลิ่น 136 ตัว

"ตัวนิ่ม" ของกลางอีก 80 ตัวอาการโคม่ายังต้องเฝ้าระวัง

กรมศุลกากร จับแก๊งค้าตัวลิ่น 136 ตัวลักลอบจากมาเลเซีย

 

กลับขึ้นด้านบน