รอง ผอ.พศ. ชี้เด้ง "พ.ต.ท.พงศ์พร" ไม่กระทบสอบทุจริตเงินทอนวัด

รอง ผอ.พศ. ชี้เด้ง "พ.ต.ท.พงศ์พร" ไม่กระทบสอบทุจริตเงินทอนวัด

รอง ผอ.พศ. ชี้เด้ง "พ.ต.ท.พงศ์พร" ไม่กระทบสอบทุจริตเงินทอนวัด

รูปข่าว : รอง ผอ.พศ. ชี้เด้ง "พ.ต.ท.พงศ์พร" ไม่กระทบสอบทุจริตเงินทอนวัด

รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ยืนยันคำสั่งย้าย ผอ.พศ. ไม่กระทบการตรวจสอบทุจริตเงินอุดหนุนวัด ขณะนี้การสอบสวนคืบหน้าไปมากและส่งข้อมูลให้ ป.ปช. และ ป.ป.ป. แล้ว

วันนี้ (7 ก.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณห้องทำงานของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า พ.ต.ท.พงศ์พร มาเก็บของในห้องทำงานก่อนหน้านี้แล้ว และเข้ามาครั้งสุดท้ายเมื่อวานนี้ (6 ก.ย.) เพื่อลงนามหนังสือไม่เห็นด้วยกับคำสั่งคณะรัฐมนตรีที่สั่งโยกย้ายให้พ้นตำแหน่ง ผู้อำนวยการ พศ. ไปเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับการโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ พ.ต.ท.พงศ์พร ตรวจสอบโครงการทุจริตเงินอุดหนุนวัดอย่างจริงจังตลอด 6 เดือน นำไปสู่การขยายผลและส่งข้อมูลให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ปช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ป.ป.ป.) สอบสวน

ขณะที่นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการ พศ. รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ พศ. กล่าวว่า ขณะนี้การตรวจสอบโครงการทุจริตเงินทอนวัดมีความคืบหน้าไปมาก โดยเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา คณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ได้ประชุมร่วมกันและนำส่งเอกสารข้อมูลเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช. และ ป.ป.ป. ตามที่ทั้ง 2 หน่วยงานร้องขอแล้ว เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมกรรมการวัด การจัดสรรเงินของวัดที่เกี่ยวข้อง เงินบริจาค งบประมาณการบูรณะวัด และข้อมูลเกี่ยวกับการเผยแพร่พระพุทธศานา เพื่อนำไปประกอบกระบวนการสอบสวนวัดไทยที่โดนสอบขณะนี้ประมาณ 200 วัด นอกจากนี้ยังมีวัดอีกพันแห่งที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนจาก พศ. ในแต่ละปีประมาณ 20,000-40,000 บาท ซึ่ง ป.ป.ป. และ ป.ป.ช. อาจต้องการตรวจสอบเพิ่มเติมด้วย

"ในจำนวนวัดไทยที่มีประมาณ 40,000 แห่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกวัดจะเกี่ยวกับการทุจริต วัดที่มีปัญหามีจำนวนไม่มาก และทาง พศ.ส่งข้อมูลให้หมดแล้ว" นายกนก ระบุ

ล่าสุด สำนักนายกรัฐมนตรีลงนามมอบหมายให้ พ.ต.ท.พงศ์พร ไปรับผิดชอบตรวจราชการพื้นที่เขต 8 ครอบคลุมพื้นที่ จ.สตูล จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส โดยมีผลเมื่อวานนี้ (6 ก.ย.)

 

 

กลับขึ้นด้านบน