"ไซเตส"ปลดไทยพ้นบัญชีค้างาช้าง-รณรงค์นทท.ยุติซื้อขายสัตว์ป่า

"ไซเตส"ปลดไทยพ้นบัญชีค้างาช้าง-รณรงค์นทท.ยุติซื้อขายสัตว์ป่า

"ไซเตส"ปลดไทยพ้นบัญชีค้างาช้าง-รณรงค์นทท.ยุติซื้อขายสัตว์ป่า

รูปข่าว : "ไซเตส"ปลดไทยพ้นบัญชีค้างาช้าง-รณรงค์นทท.ยุติซื้อขายสัตว์ป่า

กรมอุทยาน เปิดสถติ 1 ปีผลงาน 40 ด่านตรวจร่วมบูรณาการ ยึดงาช้างแอฟริกา 422 ท่อน ตัวลิ่น นอแรดของกลางเพียบ พร้อมรณรงค์นักท่องเที่ยวงดซื้อ และลักลอบนำสัตว์ป่า

วันนี้ (7 ก.ย.2560)นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการกองคุ้ม ครองพันธุ์สัตว์ป่า เปิดกิจกรรมการรณรงค์การป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติงดการซื้อสินค้า และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าซึ่งผิดกฎหมาย

 

 

นายวิจารย์ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแว ดล้อม ที่ได้กล่าวถ้อย แถลงในที่ประชุมจากเวทีการประชุมสุดยอดการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2559 โดยได้แสดงให้ที่ประชุมเห็นถึงความจริงใจของประเทศไทยว่าให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาอาชญากรรมด้านสัตว์ป่าและพืชป่า โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนในระดับนโยบายของชาติ และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ถูกถอดออกจากรายชื่อประเทศที่ต้องทบทวนมาตร การการค้าที่สำคัญของม้าน้ำ และการเสนอของประเทศไทยที่ขอแก้ไขคำอธิบายแนบท้ายของไม้พะยูงขึ้นบัญชี2ผ่านการพิจารณา นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับการเลื่อนสถานะที่ดีขึ้นจากกลุ่มสถานะน่ากังวลอย่างยิ่ง  มาอยู่ในกลุ่มสถานะน่ากังวลลำดับรอง

 

ด้านนายปิ่นสักก์ บอกว่า จากการประสานความร่วมมือทั้งในด้านการข่าว การตรวจค้น การจับกุม และการจัดการของกลาง โดยสถิติทางคดีของ  ด่านตรวจทั้ง 40 แห่ง ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 23 ก.ค.นี้ ตรวจจับได้ของกลางแยกเป็น ตัวลิ่น 127 ตัว เกล็ดลิ่น 1,093กิโลกรัม และนอแรดคละขนาด 21 นอ งาช้างแอฟริกา 422 ท่อน งาช้าง 73.9 กิโลกรัม ซากฟันช้าง 1 กิโลกรัม

 

กลับขึ้นด้านบน