"ช้างป่า"เขาใหญ่รุกที่ทำกินชาวบ้าน-ต้นเหตุวัชพืชต่างถิ่นคลุมทุ่งหญ้า

"ช้างป่า"เขาใหญ่รุกที่ทำกินชาวบ้าน-ต้นเหตุวัชพืชต่างถิ่นคลุมทุ่งหญ้า

"ช้างป่า"เขาใหญ่รุกที่ทำกินชาวบ้าน-ต้นเหตุวัชพืชต่างถิ่นคลุมทุ่งหญ้า

รูปข่าว : "ช้างป่า"เขาใหญ่รุกที่ทำกินชาวบ้าน-ต้นเหตุวัชพืชต่างถิ่นคลุมทุ่งหญ้า

น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน ระบุพบปัญหาวัชพืชต่างถิ่นคลุมทุ่งหญ้า โป่งช้าง แหล่งน้ำบนเขาใหญ่ไม่เพียงพอต่อประชากรช้าง 400 ตัวจนเริ่มส่งผลกระทบออกนอกพื้นที่ชาวบ้านจ.นครนายก ทำให้ผลทางการเกษตรเสียหาย เร่งทำความเข้าใจก่อนเผชิญความขัดแย้งคนและช้าง

วันนี้ (8 ก.ย.2560) น.สพ.ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เชิญผู้นำท้องถิ่น ชาวบ้าน และอาสาสมัคร เข้าร่วมประชุมหารือและแลกเปลี่ยนความเห็น กรณีช้างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ลงมาหากินพื้นที่ด้านล่างตามแนวเขตอุทยานแห่งชาติ

โดยบอกถึงสาเหตุที่ช้างออกจากป่าว่าเป็นเพราะพื้นที่ทุ่งหญ้าหากินของช้างลดลง มีวัชพืชต่างถิ่นขึ้นล้อมทุ่งหญ้า ช้างป่าจึงออกไปหากินยังพื้นที่เพาะปลูกของชาวบ้าน ในพื้นที่จ .นครนายก
  
"ขณะนี้เกิดป่าล้อมทุ่งหญ้าบนพื้นที่อุทยาน เนื่องจากมีวัชพืชต่างถิ่น คือ ต้นสาปเสือ ขึ้นปกคลุมพื้นที่ป่า จนทำให้ทุ่งหญ้าที่เป็นแหล่งหากินของช้างลดลง สวนทางกับประชากรช้าง ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่าในปี 2560 มีจำนวนช้างในพื้นทีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่กว่า 400 ตัว" 

ขณะเดียวกันแหล่งน้ำและโป่งช้าง ก็ลดลงด้วยเช่นกัน โดยเป็นผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยน แปลงไป จึงทำให้ช้างป่าที่มีจำนวนมากขึ้นต้องออกมาหากินยังพื้นที่ด้านล่าง

นอกจากการอธิบายสาเหตุแล้วเจ้าหน้าที่่ยังวางแนวทางการช่วยเหลือชาวบ้าน และให้ความรู้ในการอยู่ร่วมกันของคนและช้าง  น.สพ.ภัทรพล บอกว่า การที่ชาวบ้านไม่ทำร้ายช้าง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไม่พบพฤติกรรมช้างป่าทำร้ายมนุษย์ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ ยอมให้ช้างกินพืชผลทางการเกษตร แต่ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ก็ได้แนะนำหลักในการผลักดันช้างป่า โดยหลีกเลี่ยงการใช้เสียงประทัดหรือเสียงปืน แต่ใช้วิธีการปรบมือ ส่งเสียงดัง ตีวัตถุให้เกิดเสียงเพื่อไล่ช้าง เป็นต้น

ส่วนในระยะยาวนั้นจะสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารในพื้นที่อาศัยของช้าง และเมื่อช้างกลับเข้าไปอยู่ ถือว่าได้สร้างระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม หากประสบความสำเร็จ จะนำวิธีการแก้ปัญหาในพื้นที่จ.นครนายก ไปปรับใช้ยังพื้นที่อื่นๆ ที่มีปัญหาในลักษณะเดียวกันต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน