คุมเข้ม "คาเฟ่สัตว์เลี้ยง" ห่วงแหล่งแพร่เชื้อโรคจากสัตว์สู่คน

คุมเข้ม "คาเฟ่สัตว์เลี้ยง" ห่วงแหล่งแพร่เชื้อโรคจากสัตว์สู่คน

คุมเข้ม "คาเฟ่สัตว์เลี้ยง" ห่วงแหล่งแพร่เชื้อโรคจากสัตว์สู่คน

รูปข่าว : คุมเข้ม "คาเฟ่สัตว์เลี้ยง" ห่วงแหล่งแพร่เชื้อโรคจากสัตว์สู่คน

13 ก.ย.นี้ ​กรมอนามัย เตรียมถกผู้ประกอบกิจการคาเฟ่สัตว์เลี้ยง สุนัข แมว กระต่ายหรือสัตว์เลี้ยง สายพันธุ์ต่างประเทศ ป้องกันโรคสัตว์สู่คน หลังพบขยายเป็นร้านอาหาร ให้สัตว์เดินเล่น

วันนี้(11 ก.ย.2560)​ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย บอกว่า ในช่วง 2-3 ปี มีธุรกิจคาเฟ่ ประเภทสัตว์เลี้ยงเปิดบริการแบบขายอาหารและเครื่องดื่ม และนำสัตว์เลี้ยง ปล่อยให้เดิน นั่ง นอน ภายในร้าน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสและถ่ายรูปเล่นระหว่างรับประทานอาหารในร้าน หรืออนุญาตให้ลูกค้านำสัตว์เลี้ยงของตนเข้ามาได้ ซึ่งผู้ประกอบการกิจการประเภทนี้ ต้องควบคุมการทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคที่เกิดจากสัตว์เป็นสื่อได้ โดยเฉพาะโรคพิษสุนัขบ้าที่เกิดได้ทั้งในสุนัขแมวหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อาจแพร่เชื้อได้จากการกัดหรือข่วน ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสมูล ปัสสาวะของสัตว์เลี้ยงรวมถึง น้ำมูก น้ำลาย ซึ่งอาจทำให้เชื้อโรคปนเปื้อนมากับอาหารและน้ำ หากสัมผัสสัตว์เลี้ยง

ทั้งนี้มีคำแนะนำว่าควรล้างมือทุกครั้ง หลังการสัมผัสสัตว์เลี้ยงและก่อนสัมผัสอาหาร ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ประกอบหลักการสุขาภิบาลอาหาร สถานที่จำหน่ายอาหารทุกประเภท ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ประกอบกิจการ หากมีบริการสัตว์เลี้ยงดังกล่าวต้องแยกออกให้เป็นสัดส่วนไม่ปะปนกันกับสถานที่รับประทานอาหาร

เตรียมนัดหารือวางมาตรการ 13 ก.ย.นี้

นพ.ดนัย บอกว่า ก่อนหน้านี้​เมื่อ 6 ก.ย.ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการติดตามกลไกและพิจารณาการปกป้องคุ้มครองสัตว์ โดยมติที่ประชุมเห็นว่าธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยง ไม่สมควรมีสัตว์เลี้ยงร่วมอยู่ในพื้นที่รับประทานอาหารของลูกค้า ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขก็มีกำหนดไว้แล้ว แต่เพื่อมิให้จำกัดหรือปิดกั้นมากเกินไป จึงเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ในการควบคุมให้เหมาะสม และสามารถป้องกันโรคที่อาจเกิดจากสัตว์เป็นสื่อมาสู่ คนได้ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็น และเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานต่างๆ ประมาณ 120 คนเข้าหารือวันที่ 13 ก.ย.นี้ที่ห้องรับรอง 1 อาคารรัฐสภา

 

 

เสียงสะท้อนจากผู้ใช้บริการคาเฟ่แมว-หมา 

น.ส.น้ำอ้อย  ซึ่งเคยไปนั่งร้านคาเฟ่แมว ในจ.ขอนแก่น ยอมรับว่าไม่ได้เลี้ยงแมว แต่ไปกับเพื่อน มีการสั่งอาหารมารับประทาน มีอาการจามบ่อยๆ ถึงแม้ทางร้านจะมีความสะอาด แต่แมวหลายตัวที่อยู่รวมกันก็ยอมรับเสี่ยงเพราะเวลาที่เล่นกับสัตว์ แล้วหยิบอาหารกิน ไม่ได้ระมัดระวังเป็นพิเศษ และที่สุดกลับบ้านมีอาการภูมิแพ้กำเริบ

ด้านนายเฉลิมพล บอกว่า เคยไปนั่งที่คาเฟ่แมว และค่าเฟ่สุนัข ในกรุงเทพ พบว่าทางร้านทั้งสองแห่งมีการจัดแบ่งสัดส่วนของสัตว์ และร้านอาหาร มีลานหญ้าให้สัตว์วิ่งเล่น  และแบ่งช่วงเวลาให้สัตว์มาเล่นกับนักท่องเที่ยว ส่วนโต๊ะอาหารจะสูงกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดตลอดเวลา ส่วนตัวไม่กังวลว่าจะเกิดปัญหาจากการติด หรือสัมผัสโรคจากสัตว์เลี้ยง เพราะเชื่อและมั่นใจว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่นำสัตว์มาจะดูแลความสะอาด ส่วนคนที่มาเที่ยวคาเฟ่สัตว์ คงอยากสัมผัสกับสัตว์เหล่านี้ เพราะไม่มีโอกาสเลี้ยงเอง  

 

กลับขึ้นด้านบน