ดีเดย์ ต.ค.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่ทั่วประเทศ

ดีเดย์ ต.ค.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่ทั่วประเทศ

ดีเดย์ ต.ค.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่ทั่วประเทศ

รูปข่าว : ดีเดย์ ต.ค.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่ทั่วประเทศ

ต.ค.นี้ เริ่มใช้ระบบสแกนนิ้วมือ ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ทั่วประเทศ กสทช.ย้ำ ต้องการรักษาข้อมูลผู้ใช้งาน หลังเทรนผู้ใช้งานทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือมากขึ้น 33 ล้านบัญชี ด้าน ธปท.มั่นใจสร้างระบบเทคโนโลยี ป้องกันปัญหาเงินบัญชีลูกค้ารั่ว

วันนี้ (11 ก.ย.2560) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดประชุมเชิงวิชาการว่าด้วยการใช้เงินแบบดิจิทัล (Digital Financial Inclusion) ซึ่งมีตัวแทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) และสถาบันการเงินเข้าร่วม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า เทคโนโลยีดิจิทัลทำให้เกิดการบริการใหม่ๆ ซึ่งการส่งเสริมภาคธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบทำให้ กสทช.เชิญหลายฝ่ายที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินในต่างประเทศมาให้ข้อมูล เพื่อเป็นแนวทางการดูแลธุรกรรมและภาคบริการการเงินออนไลน์ รวมถึงกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่าง กสทช.ของกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ เนื่องจากเทรนในปัจจุบันและอนาคต การหลอมรวมกันด้านธุรกรรมการเงินไม่สามารถแยกออกจากกันได้

สำหรับประเทศไทยตั้งแต่เดือน ต.ค. 2560 เป็นต้นไป กสทช.จะยุติลงทะเบียนในระบบ 2 แชะเดิม และเริ่มระบบการลงทะเบียนแบบอัตลักษณ์ ด้วยการพิมลายนิ้วมือสำหรับผู้ที่ซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ โดยจะใช้เครื่องพิมลายนิ้วมือ ประมาณ 20,000 เครื่อง กระจายไปตามศูนย์ให้บริการต่างๆ ของเครือข่ายโทรศัพท์ และเพื่อสนับสนุนการทำธุรกรรมการบัญชีธนาคารผ่านทางโทรศัพท์ หรือ การใช้ระบบพร้อมเพย์ อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง โดยปัจจุบันมีเลขหมายโทรศัพท์ ประมาณ 120 ล้านเลขหมาย โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 60 เป็นแบบสมาร์ทโฟนที่มีความพร้อมในการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์

ที่ผ่านมา 2 เดือน ที่ กสทช.ทดลองนำร่องเอาเครื่องพิมลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า ติดตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 25 เครื่อง พบว่าขณะนี้ มีคนเริ่มลงทะเบียนในหลักหมื่นคนแล้ว คาดว่าจะติดตั้งเพิ่มอีกให้ได้ประมาณ 300-400 เครื่อง

"หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนขอมาดูงานที่ประเทศไทย เพราะไทยเป็นผู้นำที่เริ่มทำระบบนี้ และเรามีประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ และความมั่นคงด้านเศรษฐกิจร่วมด้วย กสทช.ยืนยันว่าการลงทะเบียนซิมด้วยระบบนี้ ไม่ใช่ต้องการตรวจสอบการใช้งานของประชาชน แต่เราต้องการวางระบบป้องกันเรื่องการนำซิมไปใช้งานผิดประเภท รวมถึงการลงทะเบียนเพื่อให้เจ้าของเครื่องตรวจสอบได้ว่า มีผู้อื่นนำซิมของเราไปใช้งานสวมรอยหรือไม่" เลขาธิการ กสทช. กล่าว

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงิน และเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ปัจจุบัน มีบัญชีผู้ใช้บริการพร้อมเพย์ กว่า 33 ล้านบัญชี มีมูลค่าการเงินผ่านระบบพร้อมเพย์กว่า 122 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะมีผู้ใช้งานมากขึ้น

"แม้ปีนี้เป็นปีแรก ที่ได้เห็นสาขาของธนาคารปิดตัวลง แต่สิ่งที่จะเห็นชัดเจนขึ้น คือ ธนาคารแต่ละแห่ง เปลี่ยนไปเน้นให้บริการผ่านออนไลน์และการเงินออนไลน์มากขึ้น ปี 2559 พบว่าการโอนเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้ง มีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 44 สูงกว่าปี 2558 ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของสมาร์ทโฟนที่ใช้งานง่ายขึ้น" น.ส.สิริธิดา ระบุ

นอกจากนี้ รัฐบาล และธปท. ได้เล็งเห็นช่องทางในการเข้าถึงบริการด้านการเงินที่ง่ายขึ้น และนำไปสู่การผลักดันแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้คนเข้าถึงอินเตอร์เทอร์ได้อย่างมีความเชื่อมั่นใจมากขึ้น ทั้งภาคการบริโภค บริการ โครงการที่เกี่ยวกับสวัสดิการสังคมของรัฐ ระบบภาษี และอีเพย์เม้นท์ในตลาดทุน ธปท.คำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่เป็นความท้าทายต่อการขับเคลื่อนธุรกรรมการเงินผ่านออนไลน์ แต่จะต้องหาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัย

กลับขึ้นด้านบน