รัชกาลที่ 10 เสด็จฯยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ 18 ต.ค.นี้

รัชกาลที่ 10 เสด็จฯยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ 18 ต.ค.นี้

รัชกาลที่ 10 เสด็จฯยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ 18 ต.ค.นี้

รูปข่าว : รัชกาลที่ 10 เสด็จฯยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ 18 ต.ค.นี้

การจัดสร้างพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 90 โดยในวันที่ 18 ต.ค.2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินในการยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ

การจัดสร้างพระเมรุมาศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะนี้มีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 กำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย.2560 ซึ่งหากนับตั้งแต่วันนี้ (14 ก.ย.2560) จะเหลือเวลาอีกเพียง 16 วันในการเก็บรายละเอียดเพื่อให้การดำเนินงานทุกด้านให้สมพระเกียรติยศ

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ต.ค.2560 ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม เสด็จพระราชดำเนินทรงยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ส่วนในวันที่ 21 ก.ย.2560 นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในพิธีบวงสรวงราชรถและพระยานมาศ ที่ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ ก่อนจะอัญเชิญไปทำการซักซ้อมและใช้ในการพระราชพิธียังโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

สำหรับการจัดสร้างพระเมรุมาศ ขณะนี้เหลือการประดับตกแต่งในส่วนงานต่างๆ รวมทั้งงานภูมิสถาปัตยกรรมรอบพระเมรุมาศ ซึ่งขณะนี้สวนนงนุชพัทยาได้ทยอยนำต้นตะโกและต้นข่อยช่อมาปลูกประดับพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศเป็นครั้งสุดท้าย โดยจะนำมาปลูกให้เสร็จภายในวันนี้ (14 ก.ย.2560) เนื่องจากจะมีการปรับพื้นที่โดยรอบพระเมรุมาศ ทำให้ไม่สามารถนำรถยกและเครื่องมือมาช่วยได้

ส่วนงานด้านไม้ประดับ ขณะนี้เหลือเพียงขั้นตอนประดับต้นไม้บริเวณด้านหลังพระที่นั่งทรงธรรม และด้านทิศเหนือและทิศใต้ในรั้วราชวัตร คาดว่าจะใช้ต้นตะโกประมาณ 50 ต้นและต้นข่อยช่อกว่า 100 ต้น ซึ่งหลังจากการจัดพื้นที่แล้วจะเริ่มนำต้นไม้ขนาดกลางและขนาดเล็กมาทยอยปลูก โดยเฉพาะในส่วนของต้นดาวเรืองจะนำมาปลูกเป็นต้นสุดท้ายจำนวนกว่าแสนต้น

ส่วนการจัดนิทรรศการภายหลังพระราชพิธี กำหนดหมวดของการจัดนิทรรศการเป็น 5 โซน คือ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5.พระจักรีนิวัตฟ้า โดยนิทรรศการจะจัดขึ้นภายใต้ชื่อ "พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์"

กำหนดเวลาเข้าชม เวลา 07.00-21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.2560 โดยมีรถรับส่ง 4 มุมเมือง 5-6 จุด พร้อมรับสมัครอาสาสมัครนำชมนิทรรศการ พร้อมทั้งจัดมหรสพแสดงให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่เวลา 07.00-21.00 น. ทั้งบริเวณเวทีมหรสพและภายในพระเมรุมาศที่จะบรรเลงเพลงปี่พาทย์ที่ใช้ในพระราชพิธี เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสรับชมรับฟัง

นอกจากนี้ยังมีการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 4 มุมเมืองและประจำจังหวัด โดยจะมีการจัดนิทรรศการดังกล่าวยังพระเมรุมาศจำลองทั้งส่วนกลางและภูมิภาค โดยในส่วนกลาง กรุงเทพมหานคร จะเป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับการเข้าชมนิทรรศการ กำหนดจุดคัดกรองผู้เข้าชมนิทรรศการ 3 จุด ได้แก่ แม่พระธรณีบีบมวยผม, หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และท่าช้าง จากนั้นจะมีจุดพักคอยเข้าชมพระเมรุมาศและนิทรรศการบริเวณด้านในสนามหลวง ทิศเหนือ

สำหรับรูปแบบการเข้าชม อยู่ระหว่างหาข้อสรุประหว่างรูปแบบที่ 1 คือ แวะชมแต่ละจุดโดยกำหนดเวลา ซึ่งอาคารแต่ละหลังรองรับผู้ชมได้ 50 คน ส่วนรูปแบบที่ 2 ให้ประชาชนชมและถ่ายภาพงานภูมิสถาปัตยกรรมบริเวณทิศเหนือสนามหลวง 15 นาที มีป้ายบรรยายพระเมรุมาศ อาคารแต่ละหลังชัดเจน จากนั้นให้เข้าชมพระเมรุมาศและอาคารแต่ละจุดอย่างอิสระ กำหนดเวลา 45 นาที รอบละ 2,000-3,000 คน

 

กลับขึ้นด้านบน