ประณามเหตุลอบวางระเบิด จ.ยะลา – เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

ประณามเหตุลอบวางระเบิด จ.ยะลา – เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

ประณามเหตุลอบวางระเบิด จ.ยะลา – เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

รูปข่าว : ประณามเหตุลอบวางระเบิด จ.ยะลา – เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

กอ.รมน.ภาค 4 สน.ประณามเหตุลอบวางระเบิด จ.ยะลา ชี้ฝีมือกลุ่มเดิมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.ยะลา พร้อมเร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

วันนี้ (14 ก.ย.2560)เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ที่ผ่านมา พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวถึงเหตุลอบวางระเบิดทหารในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา จนทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายคน โดยขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถ โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำชับให้ดูแลสิทธิสวัสดิการต่างๆ อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ประชาชนที่บาดเจ็บทั้ง 6 คนจากเหตุดังกล่าวขณะนี้ได้นำตัวส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา จำนวน 10 คน และยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลยะหา จ.ยะลา จำนวน 18 คน

ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ได้ทราบเรื่องดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้าที่เกิดเหตุและได้กำชับใน 2 เรื่อง คือ ให้เร่งคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็วที่สุดและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บให้เข้าถึงการรักษาทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด หลังเหตุการณ์ได้สั่งให้ ฉก.ยะลา เข้าควบคุมสถานการณ์และเก็บพยานหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมที่เคยเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.ยะลา โดยให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานรวบรวมข้อมูลเพื่อติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุในครั้งนี้

ด้าน พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุมีความตั้งใจในการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเพราะเหตุครั้งนี้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ทั้งนี้ ทาง กอ.รมน.ภาค4 สน. ขอประณามผู้ก่อเหตุดังกล่าวที่ก่อความรุแรงในพื้นที่ โดย กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงยึดมั่นในแนวทางการการบังคับใช้กฎหมายอย่งเต็มที่

พ.อ.ปราโมทย์ ระบุเพิ่มเติมว่า ตลอด 13 ปีที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุยังคงไม่ละความพยายามในการสร้างความรุนแรงและความเสียหายโดยไม่เลือกเป้าหมายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชนผู้บริสุทธ์ รวมถึงผู้ก่อเหตุยังคงเคลื่อนไหวโฆษณาชวนเชื่อและสร้างความหวาดระแวงระหว่างศาสนามให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังเช่น การลอบเข้าไปทำลายกุโบร์ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของชาวมุสลิม ซึ่งได้เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยังคงยึดมั่นในการใช้บังคับใช้กฎหมายเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้หรือครั้งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่จะไม่ใช้ความรุนแรงในการตอบโต้แต่จะใช้มาตรการทางกฎหมายในการติดตามจับกุมเพื่อให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ พล.ท. ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงเน้นการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนมีความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้นและหันมาให้ความร่วมมือมากขึ้น หากพบเบาะแสของผู้ก่อเหตุที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน สามารถแจ้งมาได้ที่สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชม.

 

 

 

 

 
กลับขึ้นด้านบน