ปลดระวาง "เรือเหาะ" มูลค่า 350 ล้านบาท 8 ปี ที่ชายแดนใต้

ปลดระวาง "เรือเหาะ" มูลค่า 350 ล้านบาท 8 ปี ที่ชายแดนใต้

ปลดระวาง "เรือเหาะ" มูลค่า 350 ล้านบาท 8 ปี ที่ชายแดนใต้

รูปข่าว : ปลดระวาง "เรือเหาะ" มูลค่า 350 ล้านบาท 8 ปี ที่ชายแดนใต้

กองทัพบกเตรียมปลดประจำการ "เรือเหาะ" ตรวจการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังหมดอายุการใช้งาน จากการจัดซื้อสมัย พล.อ.อนุพงษ์ เมื่อปี 2552 มูลค่ารวม 350 ล้านบาท

วันนี้ (14 ก.ย.2560) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาร ผู้บัญชาการกองทัพบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกระแสวิจารณ์การใช้งานเรือเหาะตรวจการณ์ของกองทัพบก ว่า ตัวของเรือเหาะหมดอายุการใช้งานแล้ว หากให้กำลังพลขึ้นไปปฏิบัติงานเกรงจะเสี่ยงอันตรายจึงได้ระงับการใช้งานไปก่อน แต่กล้องตรวจการณ์คุณภาพสูงยังใช้งานได้ดังนั้นจะต้องปรับรูปแบบการใช้งาน โดยอาจจะนำกล้องไปติดตั้งกับอากาศยานอื่น ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กำลังดำเนินการอยู่

"จะไม่จัดซื้อบอลลูนชุดใหม่และถือว่าปิดฉากการใช้งานเรือเหาะ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว แต่ส่วนประกอบอื่นก็สามารถนำไปใช้กับอากาศยานอื่นได้" พล.อ.เฉลิมชัย ระบุ

ทั้งนี้ กองทัพบกและระบบตรวจการณ์มาในราคา 350 ล้านบาท เป็นตัวเรือเหาะ 260 ล้านบาท กล้องตรวจการณ์ 70 ล้านบาท เมื่อปี 2552 ในสมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รับตำแหน่ง ผบ.ทบ. โดยตลอดระยะเวลา 8 ปี เรือเหาะมักจะเกิดปัญหารั่ว และต้องใช้ก๊าซฮีเลียมที่มีราคาแพงจนต้องจอดเก็บในโรงจอด ที่ พล ร.15 อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ต่อมาในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็น ผบ.ทบ. ได้ว่าจ้างบริษัทมาดูแลปีละ 50 ล้านบาท โดยมีการนำออกมาบินตรวจการณ์ จนต้องนำมาเก็บไว้จนหมดอายุ

 

กลับขึ้นด้านบน