เสนอถอด “กัญชา-กระท่อม” จากกฎหมายยาเสพติด

เสนอถอด “กัญชา-กระท่อม” จากกฎหมายยาเสพติด

เสนอถอด “กัญชา-กระท่อม” จากกฎหมายยาเสพติด

รูปข่าว : เสนอถอด “กัญชา-กระท่อม” จากกฎหมายยาเสพติด

นักวิชาการ แพทย์เสนอถอด “กัญชา-กระท่อม” ออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษ เพื่อประโยชน์ทางด้านการแพทย์ตามภูมิปัญญาไทยและแพทย์แผนไทยดั้งเดิม เสนอ 3 แนวทางแก้กฎหมาย

วันนี้ (15 ก.ย.2560) นักวิชาการ นายแพทย์ นักฎหมาย และเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ และตัวแทนสำนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการเสนอแก้ไขให้เกิดการ “ปฎิรูปกฎหมายเพื่อฟื้นฟูสมุนไพรกระท่อมและกัญชา เพื่อประโยชน์สังคมไทย” เนื่องจากมีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์และเภสัชกรรม ยืนยันกระท่อมและกัญชาสามารถนำมาบำบัดโรครักษาผู้ป่วยในบางกรณีได้หลายประเทศ มีการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่ในประเทศไทยยังมีปัญหาด้านกฎหมาย

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ นักวิชาการด้านกฎหมายศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า กฎหมายยาเสพติดให้โทษ ปี 2522 ส่งผลกระทบต่อพืชกระท่อมและกัญชาอย่างมาก เพราะเป็นการจำกัดสิทธิการเข้าถึงยา ทำลายภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย จำกัดสิทธิบุคคลที่เกินกว่าเหตุเกิด เกิดการขายใบกระท่อมและกัญชาผิดกฎหมายมากขึ้น และยังเป็นช่องว่างทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่บางส่วน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถปฎิรูปกฎหมายได้สำเร็จ เนื่องจากมีความซับซ้อนของเนื้อหากฎหมาย

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือ 3 แนวทาง เพื่อให้เกิดการปฎิรูปกฎหมายกระท่อมและกัญชา แนวทางแรก คือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด คาดใช้เวลา 1-2 ปี แนวทางที่ 2 ปรับแก้กฎหมายยาเสพติด ถอดกระท่อมและกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดให้โทษประเภท 5 แต่ให้ควบคุมด้วยฎหมายคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ปี 2542 และแนวทางสุดท้าย ยกร่างกฎหมายกระท่อมและกัญชาขึ้นมาใหม่ คาดจะใช้เวลา 2 - 3 ปี ทั้งนี้ ทางการแพทย์ พร้อมสนับสนุนให้เกิดขึ้นจริงไม่ว่าจะแนวทางใดเพราะไม่เช่นนั้นไทยจะเสียโอกาสทางด้านการรักษาผู้ป่วย

อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ส.ได้ผ่อนปรนให้มีการปลูกเพื่อวิจัย ใช้สำหรับผู้ป่วยเป็นบางกรณีไป แต่ก็ยังไม่ชัดเจนถึงแนวทางแก้ไขกฎหมาย ว่าจะให้ใช้เสรีเหมือนกับกาแฟ ยาสูบได้หรือไม่ เพราะกฎหมายไทยยังต้องอยู่ในการควบคุมการใช้อย่างใกล้ชิด

 

กลับขึ้นด้านบน