คนไทยเกิดภาวะ "อาการใจหาย" หลังข่าวปิดกราบพระบรมศพ รัชกาลที่ 9

คนไทยเกิดภาวะ "อาการใจหาย" หลังข่าวปิดกราบพระบรมศพ รัชกาลที่ 9

คนไทยเกิดภาวะ "อาการใจหาย" หลังข่าวปิดกราบพระบรมศพ รัชกาลที่ 9

รูปข่าว : คนไทยเกิดภาวะ "อาการใจหาย" หลังข่าวปิดกราบพระบรมศพ รัชกาลที่ 9

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ชี้อาการใจหาย หลังรู้ข่าววันปิดเข้ากราบพระบรมศพ จะเปิดถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ วันสุดท้าย เป็นปฎิกิริยาปกติเกิดขึ้นได้ ไม่ใช่โรค จะค่อยๆ ดีขึ้นใน 5-7 วัน แนะหากเป็นหนัก เช่นหายใจไม่อิ่ม จุกอก จุกคอ ใจสั่น ให้พบแพทย์ใกล้บ้าน

วันนี้ (18 ก.ย.2560) นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงอาการใจหาย ของประชาชนหลังทราบข่าวประกาศของสำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นวันสุดท้าย เพื่อจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพว่า อาการดังกล่าวเป็นปฏิกิริยาทางจิตใจที่เกิดขึ้นตามปกติในผู้ที่มีความสูญเสียมีความเศร้า หรือเกิดจากสูญเสียบุคคล หรือสิ่งที่เป็นความผูกพันยึดเหนี่ยวจิตใจขาดหายไป ซึ่งในบางคนมีประสบการณ์การสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในทางสุขภาพจิตเรียกว่าประสบการณ์ที่เจ็บปวดซ้ำ (Re traumatic experience) ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และปรับตัวปรับใจได้แล้วมาเกิดขึ้นซ้ำอีก อาการใจหายนี้เป็นเพียงกลุ่มอาการที่ยังไม่ถือว่าป่วยเป็นโรคทางจิตใจ ผู้ที่มีอาการจะหายใจไม่อิ่ม หายใจไม่ทั่วท้อง บางคนอาจมีความรู้สึกว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะ วูบวาบในใจ ตกใจ หรือแน่นที่หน้าอก จุกที่อกหรือจุกที่คอเหมือนมีอะไรมากดทับ อาการที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามพื้นฐานสภาพจิตใจของแต่ละคนจะค่อยๆดีขึ้นภายใน 5- 7 วัน

" อาการใจหายหลังรู้ข่าว สามารถเกิดขึ้นได้กับประชาชนทุกคน กลุ่มคนที่อาจเกิดผลกระทบทางจิตใจได้มากกว่าคนทั่วไปคือกลุ่มที่จิตใจเปราะบางอยู่เดิมได้แก่ ผู้ที่มีความ เครียดเป็นทุนเดิมมาก่อนอยู่แล้ว ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจหรือสูญเสียคนรักในครอบครัว ผู้ที่มีอาการซึมเศร้าหรือเป็นโรคซึมเศร้าอยู่เดิมซึ่งทั่วประเทศมี 1.5 ล้านคน และกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน"

 

หากเป็นมากจนถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน มีความทุกข์ทรมานในช่วงที่ยังไม่ถึงเวลาถวายพระเพลิงพระบรมศพ เช่น เครียดจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปวดเมื่อย ปวดท้อง ปวดศีรษะที่หาสาเหตุไม่ได้ ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อให้ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ประการสำคัญขอให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวทุกโรคกินยาให้ต่อเนื่องครบจำนวนตามที่แพทย์สั่ง อย่าขาดยา เพราะยาจะช่วยควบคุมอาการให้อยู่ในเกณฑ์ปกติสามารถใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนทั่วไป


สำหรับประชาชนทั่วไป ในช่วงแรกๆหลังรู้ข่าวก็อาจเกิดอาการได้บ้าง แม้ว่าจะได้เตรียมใจมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่อาการจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆและหมดไป อย่างไรก็ดีขอให้หมั่นสังเกตุสภาพจิตใจตนเองหรือบุคคลใกล้ชิด หากมีอาการวูบวาบ หายใจไม่อิ่ม ใจสั่น เป็นมากถึงขั้นนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ หายใจไม่ทั่วท้องเกิดขึ้นนานเกิน 7 วัน จนทำงานทำการไม่ได้ ถือว่ามีความผิดปกติ ควรได้รับการช่วยเหลือทางจิตใจ ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือปรึกษาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่ บ้านหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือโทรปรึกษานักจิตวิทยาทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด24 ชั่วโมง 



กลับขึ้นด้านบน