ปชช.แค่ 17% เชื่อรัฐบาลสร้างสันติภาพชายแดนใต้ได้

ปชช.แค่ 17% เชื่อรัฐบาลสร้างสันติภาพชายแดนใต้ได้

ปชช.แค่ 17% เชื่อรัฐบาลสร้างสันติภาพชายแดนใต้ได้

รูปข่าว : ปชช.แค่ 17% เชื่อรัฐบาลสร้างสันติภาพชายแดนใต้ได้

วันนี้ (24 ก.ย.) เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมวิทยบริการ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า แถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (PeaceSurvey) ครั้งที่ 3

โพล 15 สถาบันวิชาการและองค์กรเครือข่าย ระบุว่า ประชาชนและผู้นำความคิดเห็นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ส่วนใหญ่สนับสนุนใช้การพูดคุย เพื่อเป็นแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งและรุนแรงในพื้นที่ เพราะการพูดคุยทำให้บรรยากาศดีขึ้น แม้ทั้ง 2 กลุ่ม ยังกังวลว่า การพูดคุยอาจจะไม่สามารถยุติความรุนแรงได้จริง อีกทั้งคู่ขัดแย้งก็อาจจะไม่ทำตามที่ตกลงกัน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างดังกล่าวยังเร่งให้รัฐและคู่ขัดแย้งสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชน หลีกเลี่ยงการก่อเหตุกับเป้าหมายอ่อนแอ พร้อมแนะนำให้ตั้งกรรมการที่เป็นกลาง ในการตรวจสอบเหตุรุนแรง ขณะที่รัฐบาลสอบผ่านอย่างฉิวเฉียดในบทบาทแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.อ.เอกชัยเปิดเผยว่า การสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่องมาจากการสำรวจครั้งที่ 1 ดำเนินการเก็บข้อมูล เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่13 มีนาคม 2559 และการสำรวจครั้งที่ 2 เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2559 โดยมีสถาบันวิชาการและองค์กรเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 15 องค์กร ร่วมกันดำเนินการ เช่น สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขต หาดใหญ่ สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สถาบันสันติศึกษา หาวิทยาลัยสงขลวิทยาเขตหาดใหญ่ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลสถาบันอิสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีมูลนิธิเอเชีย ศูนย์ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สภาประชาสังคมชายแดนใต้ และสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

พล.อ.เอกชัยกล่าวอีกว่า เป้าหมายของการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการทำงานร่วมกันขององค์กรที่มีเป้าหมายร่วมกันในการเสริมสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในพื้นที่เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนให้รัฐบาลผู้เกี่ยวข้องและสังคมโดยรวมได้รับรู้ความต้องการของประชาชนที่แท้จริงเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพและคาดหมายว่า ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชน

สำหรับผลการสำรวจในประเด็นที่สำคัญ 2 กลุ่มตัวอย่างคือ ประชาชนทั่วไปและผู้นำศาสนาพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้นำทางความคิด ร้อยละ 72.7 และประชาชน ร้อยละ 56.9 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด สนับสนุนให้ใช้การพูดคุยเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา

อีกทั้งส่วนใหญ่เห็นว่า การพูดคุยจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น และมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่สนับสนุนและไม่แน่ใจในการใช้กระบวนการพูดคุย

และในการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว ยังระบุอีกว่า ข้อเสนอของกลุ่มตัวอย่างต่อมาตรการที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ควรดำเนินการในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนหลักเลี่ยงการก่อเหตุกับเป้าหมายอ่อนแอ พร้อมแนะให้รัฐบาลส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้แก้ปัญหายาเสพติดและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม

นายนัจมุดดิน อูมา อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.นราธิวาส กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังมีความคาดหวังว่า แนวทางสันติภาพเท่านั้น ที่จะคืนสันติสุขสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้จึงเป็นโจทน์ให้กับฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้นและยังเป็นแนวทางที่คนในพื้นที่ยอมรับ และผลสำรวจถึงความนิยมในรัฐบาลชุดนี้ ดีกว่าครั้งที่ผ่านมา ย่อมแสดงว่า ประชาชนเริ่มมีความเชื่อมั่นกับรัฐบาลนี้มากขึ้น ในกระบวนการสันติภาพ แต่ติดใจกับคำถามว่า “ใครที่มีส่วนจะทำให้สันติภาพเกิดขึ้นในพื้นที่” ผลสำรวจตอบว่า รัฐบาลเพียง 17เปอร์เซ็นต์ และตอบว่าไม่รู้คือใครอีก 13 เปอร์เซ็นต์ จึงให้ทีมวิจัยไปคิดต่อว่า ทำไมประชาชนถึงตอบว่า ไม่รู้ซึ่งเป็นการบ้านที่จะต้องหาคำตอบ

นอกจากนี้ยังเสนอแนะว่า กระบวนการสันติภาพใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าคนไทย ส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเหมือนกับที่คนในพื้นที่เข้าใจแล้ว ก็จะเกิดสันติสุขยาก และยังต้องทำความเข้าใจกับคนไทยทั้งประเทศและรัฐบาลว่า กระบวนการพูดคุยเท่านั้นที่จะทำให้เกิดสันติสุขขึ้นในพื้นที่ได้

ส่วนการพูดคุยเพื่อสันติภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น ถือว่าล้มเหลวหรือไม่ นายนัจมุดดินกล่าวว่า คงไม่ล้มเหลว เพียงแต่สิ่งที่คณะรัฐบาลและคณะพูดคุยคิดจะทำกับสิ่งที่ผู้เห็นต่างต้องการนั้นอาจจะไม่ลงรอยกัน เช่นพื้นที่ปลอดภัยเป็นเรื่องแรก ๆ ที่ทางรัฐบาลเสนอ เพื่อกำหนดให้ออกมาให้ได้ แต่ทางผู้เห็นต่างเอง ก็ยังให้คำตอบที่ไม่ชัดเจน หรืออาจจะไม่สามารถควบคุมขบวนการณ์ในพื้นที่ก็เป็นได้ หรืออาจจะไม่เชื่อมั่นรัฐบาลไทยก็เป็นได้

แต่รัฐบาลก็ต้องทำต่อไป เพราะพื้นที่ปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่จะนำสันติภาพมาสู่ภาคใต้ในอนาคตและที่ผ่านมาเคยสอบถามขบวนการณ์สันติภาพในต่างประเทศหลายประเทศเขาก็ตอบว่าสิ่งที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการพูดคุยสันติภาพกับกลุ่มผู้เห็นต่างมานั้นถูกต้องแล้วและจะถูกคนแล้วหรือไม่นั้นคงไม่ใช่สาระและเชื่อว่าถูกคนแล้วแต่อาจจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ต้องทำต่อจนกว่าจะถูกคน

กลับขึ้นด้านบน