ปปป.แจ้งข้อกล่าวหาพระสงฆ์เชื่อมโยงทุจริตเงินทอนวัด

ปปป.แจ้งข้อกล่าวหาพระสงฆ์เชื่อมโยงทุจริตเงินทอนวัด

ปปป.แจ้งข้อกล่าวหาพระสงฆ์เชื่อมโยงทุจริตเงินทอนวัด

รูปข่าว : ปปป.แจ้งข้อกล่าวหาพระสงฆ์เชื่อมโยงทุจริตเงินทอนวัด

ปปป.ลงพื้นที่วัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา และเชิญตัวพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอชนแดน ให้รับทราบข้อกล่าวหากรณีเกี่ยวข้องทุจริตเงินทอนวัด โดยเบื้องต้นพบมีพระสงฆ์ 4 รูป

วานนี้ (24ก.ย.2560) หลังจากมีการเปิดเผยรายชื่อด้วยว่า มีพระ 4 รูป เข้าไปเกี่ยวพันกับการทุจริตเงินทอนวัด ทางกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ป.ป.ป. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปแจ้งข้อกล่าวหาละเชิญตัวพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอชนแดน ให้รับทราบข้อกล่าวหา และเชิญตัวพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์แล้ว 

โดยเบื้องต้น ไม่พบตัวพระครูกิตติพัชรคุณ ซึ่งพระลูกวัด ระบุว่า เจ้าอาวาสไม่ได้อยู่ที่วัดประมาณ 3 วัน โดยไม่มีใครทราบว่าไปไหน เจ้าหน้าที่จึงได้นิมนต์พระปลัดสายใจ กิตติปัญโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลลาดแค เขต 1 มาทำการสอบถาม และได้ทำหนังสือเชิญพระครูกิตติพัชรคุณ ไปรับทราบข้อกล่าวหา โดยให้พระปลัดสายใจ เป็นผู้รับแทน

สำหรับข้อกล่าวหาที่เจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินการ คือ ข้อกล่าวหาตาม มาตรา 86 เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ หรืออำนวยความสะดวกในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้ ความผิดตามมาตรา 147 ในฐานเป็นเจ้าพนักงานหรือผู้มีหน้าที่จัดการ หรือ รักษาทรัพย์ แต่เบียดบังทรัพย์เป็นของตน หรือยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

และความผิดตาม มาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ แต่ไม่พบตัว  

 


สำหรับการตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัด กองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ป.ป.ป. ตรวจสอบรอบแรก พบการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2559 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 คน

ส่วนการตรวจสอบรอบที่สอง พบการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ 1.อุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด  2. อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3. อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม

รวมจำนวนวัดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง23 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2560 ความเสียหายประมาณ 141 ล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายความผิด 19 คนโดยครั้งนี้ มีชื่อ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และพระ 4 รูป รวมอยู่ด้วย

สำหรับพระอีก 3 รูป ที่มีรายชื่อเชื่อมโยงกับคดีดังกล่าว คือ พระราชรัตนมุนี เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร  พระเทพเสนาบดี เจ้าอาวาสวัด กวิศรารามราชวรวิหาร และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร

สำหรับการตรวจสอบครั้งนี้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ บอกว่า กรณีพบพระสงฆ์เข้าไปเกี่ยวข้อง จะรายงานให้มหาเถรสมาคม ทราบต่อไป โดยไม่กังวลว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับพระชั้นผู้ใหญ่ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่ามีพระไม่พอใจ มีแต่การกล่าวอ้างกันไปเอง และเชื่อว่า หากพบว่า มีพระกระทำความผิด ในทางสงฆ์ก็จะมีการดำเนินการตามพระธรรมวินัย เช่นเดียวกับทางโลก ที่ต้องดำเนินคดีอาญา

 

 

กลับขึ้นด้านบน