"ยิ่งลักษณ์"เจอคดีหนีศาล-คดีแพ่ง-ยึดทรัพย์-เพิกถอนพาสปอร์ต

"ยิ่งลักษณ์"เจอคดีหนีศาล-คดีแพ่ง-ยึดทรัพย์-เพิกถอนพาสปอร์ต

"ยิ่งลักษณ์"เจอคดีหนีศาล-คดีแพ่ง-ยึดทรัพย์-เพิกถอนพาสปอร์ต

รูปข่าว : "ยิ่งลักษณ์"เจอคดีหนีศาล-คดีแพ่ง-ยึดทรัพย์-เพิกถอนพาสปอร์ต

วิเคราะห์หลังคำพิพากษาศาลฎีกา ตัดสินคดีโครงการรับจำนำข้าว 27 ก.ย.นี้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเผชิญกับคดีแพ่งค่าเสียหาย 35,000 ล้านบาท คดียึดทรัพย์ คดีหนีศาลไม่ฟังคำตัดสินครั้งที่ 1 และ 2 ที่จะนำไปสู่การออกหมายฉบับใหม่ การเพิกถอนพาสปอร์ต

วันนี้ (27ก.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยปละละเลยให้ความเกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ครั้งที่ 2

คำพิพากษาในวันนี้เป็นการเอาผิดทางอาญา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับโครงการจำนำข้าว แต่ก่อนหน้านี้มีการดำเนินการเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ที่อาศัยการออกคำสั่งทางปกครองเพื่อเรียกค่าเสียหายกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ.2539 ในการดำเนินการ และเริ่มต้นยึดทรัพย์มาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา นำมาสู่การยื่นศาลปกครองเพื่อขอทุเลาคำสั่งถึง 2 ครั้ง

เป็นที่แน่ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่ปรากฎตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่นัดอ่านคำพิพากษาในครั้งที่ 2 ในวันนี้ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นคดีอาญา ที่มีอัตราโทษจำคุก 1- 10 ปี และปรับ 2,000-20,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีความผิดในคดีนี้หรือไม่ และหากผิด จะได้รับอัตราโทษอย่างไร ก็คงต้องรอการอ่านคำพิพากษาของศาลในวันนี้ แต่อย่างไรตาม หากศาลพิจารณาลงโทษน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีคดีเพิ่มมาอีก 1 คดี คือ คดีจงใจหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาล ที่ศาลจะออกหมายจับฉบับใหม่

ออกหมายจับ "ยิ่งลักษณ์"ฉบับใหม่

โดยหมายจับฉบับใหม่จะเป็นคนละฉบับกับหมายจับก่อนหน้านี้ที่เป็นหมายจับให้นำตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาฟังคำพิพากษาในวันนี้ ในเวลา 09.00 น. ซึ่งหลังจากพ้นเวลานี้ ไป หมายจับฉบับนี้ก็จะสิ้นสภาพไป

และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อาจจะออกหมายจับฉบับใหม่ เพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มารับโทษของคดี โดยอายุของหมายจับจะขึ้นอยู่กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องรับโทษจำคุกกี่ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 58

นอกจากนี้ อาจนำไปสู่การฟ้องเพื่อเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม หลังก่อนหน้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกรัฐบาลฟ้องคดีรับผิดทางละเมิด เรียกค่าเสียหาย 35,000 ล้านบาทแล้ว แต่ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ส่งทนายความไปยื่นศาลปกครองขอทุเลาคำสั่งยึดทรัพย์ทางปกครองไว้ ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม เคยออกมายืนยันแล้วว่า การหลบหนีคดีของอดีตนายกฯ ไม่กระทบต่อการบังคับคดีทางปกครอง มีอายุความ 10 ปี 

เพิกถอนพาสปอร์ต-ลี้ภัยการเมือง

และหากวันนี้ศาลมีคำพิพากษาอย่างไร ก็น่าจะมีความชัดเจนขึ้นกับการดำเนินการเพิกถอนพาสปอร์ต หลังมีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิกถอนพาสปอร์ตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทันทีเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาในครั้งแรก 


โดยขณะนั้นกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ชี้แจงถึง สาเหตุที่ยังไม่ยกเลิกพาสปอร์ตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าเป็นเพราะยังไม่ได้รับการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากส่วนราชการและหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย อยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง และติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ อยู่รวมถึงเห็นว่าคดียังไม่สิ้นสุด โดยจะต้องรอศาลอ่านคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าวของวันนี้ 

และในระหว่างที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้เพิกถอนหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อีกด้านหนึ่งก็มีกระแสความเคลื่อนไหวถึงการขอลี้ภัยทางการเมืองของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสี่ยงกับการอาจถูกจับกุมในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน

ซึ่งถ้าศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลยแล้ว ผลออกมาเป็นลบต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มีการมองกันว่าจะเป็นช่องทางให้สามารถนำคำพิพากษาไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป โดยเฉพาะการยื่นขอลี้ภัยอย่างเป็นทางการเพราะคำพิพากษาที่เป็นลบ ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายสาธารณะตามที่แถลงไว้กับรัฐสภา (ไม่เกี่ยวกับการทุจริต) จะเป็นเอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญในการยื่นขอลี้ภัย เพราะจะถูกมองว่าผลของคดีนี้มาจากเรื่องการเมือง

แต่ทว่าก็มีการวิเคราะห์กันว่าหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะยื่นขอลี้ภัยทางการเมืองจริงก็ถือว่าสายเกินไปแล้วหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ต่อสู้คดีมาตั้งแต่ต้นแล้ว โดยนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุดที่ระบุว่า ในต่างประเทศจะไม่มองการหนีคำพิพากษาของศาลเป็นเรื่องลี้ภัย เพราะหากจะสู้เพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองต้องทำตั้งแต่หลังรัฐประหารใหม่ๆ และไม่เข้าสู่ขั้นตอนการสู้คดีในชั้นศาล

ขณะที่พฤติการณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเห็นได้ว่า เดินทางไปศาลทุกนัดและต่อสู้คดีมาโดยตลอดจนถึงเเถลงการปิดคดี กระบวนการอยู่ในชั้นศาลที่มองว่าเป็นธรรมเเล้ว จึงไม่น่าที่จะยื่นขอลี้ภัยได้แต่เชื่อว่ายิ่งลักษณ์คงจะใช้วิธีการเลือกไปประเทศที่ไม่มีการขอผู้ร้ายข้ามเเดน เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เหมือนนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย หรือไม่ คงต้องรอฟังผลพิพากษาในวันนี้ 

 

กลับขึ้นด้านบน