"กองทัพบก"คาดปลอกกระสุนปืนใหญ่หลุดมาจากสนามฝึกรบ

"กองทัพบก"คาดปลอกกระสุนปืนใหญ่หลุดมาจากสนามฝึกรบ

"กองทัพบก"คาดปลอกกระสุนปืนใหญ่หลุดมาจากสนามฝึกรบ

รูปข่าว : "กองทัพบก"คาดปลอกกระสุนปืนใหญ่หลุดมาจากสนามฝึกรบ

กองทัพบก ชี้ปลอกกระสุนปืนใหญ่ กว่า 400 นัดคาดถูกลักลอบเข้าไปเก็บในสนามฝึกทางยุทธวิธี ชี้การครอบครองกระสุนที่ใช้งานแล้วไม่มีความผิด แต่อาจผิดกรณีเข้าในพื้นที่หวงห้าม ส่วนอาการคนงานจากอุบัติเหตุตัดระเบิด ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด

วันนี้(28 ก.ย.2560) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุระเบิดภายในบริษัทลูกอัดและเศษเหล็กไทย ภายในซอยแสงประทีป ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และเกิดระเบิดขึ้นระหว่างที่คนงานกำลังแยกชิ้นส่วนซากกระสุนปืนใหญ่เก่า ที่พบกว่า 400 ลูก เมื่อช่วงเย็นวานนี้

หากดูจากรูปลักษณะกระสุนปืนใหญ่ เป็นของเก่าเสื่อมสภาพนับ 10 ปีแล้ว และบางส่วนมีลักษณะการผุกร่อนสูงมาก อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนงานเป็นการลุกไหม้จากสารที่ตกค้างอยู่ภายใน เมื่อลูกจ้างเอาเครื่องมือช่างไปตัดชำแหละจนเกิดประกายไฟขึ้น

ปกติกระสุนปืนใหญ่ที่อยู่ในอัตราของกองทัพ จะมีระบบการจัดเก็บและมีการควบคุมอย่างรัดกุมมาก และมีระบบการหมุนเวียนของเก่า ของใหม่ที่เป็นมาตรฐาน เพื่อให้สามารถใช้งานตามภารกิจในทางทหารได้อย่างมีประสิทธิภาพในยามที่ชาติต้องการ

พ.อ.วินธัย บอกว่า หากมีบางส่วนชำรุดหรือเสื่อมสภาพ ทุกกองทัพจะมีระบบการกำจัดทำลาย ที่เป็นสากล เพื่อไม่ให้ใครสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ ขณะนี้ยังต้องหาแหล่งที่ชัดเจน มาจะมีแหล่งที่มาในลักษณะเศษเหล็กที่อาจไม่ใช่ของทางราชการ คงต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจดูตามขั้นตอน

ด้านพันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก บอกว่า คาดว่าเป็นปลอกกระสุนปืนใหญ่ จากการฝึกทางยุทธวิธี ที่กองทัพบกจัดขึ้นทุกปี ทั้งที่จ.ลพบุรี และกาญจนบุรี ที่ผ่านมาเคยแจ้งเตือน ไม่ให้ประชาชนเข้าไป แต่ก็ยังลักลอบเข้าไป เก็บปลอกกระสุน เพื่อนำไปขายเป็นเศษเหล็ก พร้อมยอมรับว่า ยากต่อการตรวจสอบ เพราะพื้นที่การฝึกมีบริเวณกว้าง 

รองโฆษกกองทัพบก  บอกว่า การเก็บปลอกระสุนที่กองทัพบกใช้งานแล้ว ไม่ถือเป็นความผิด ในเรื่องการครอบครองยุทธภัณฑ์ทางทหาร แต่หากจะมีความผิด คงเป็นกรณี ลักลอบเข้าไปในพื้นที่หวงห้าม
ขณะเดียวกันเตือนว่า ปลอกกระสุนบางชิ้น อาจจะเป็นกระสุนด้านและมีดินกระสุนหลงเหลืออยู่ หากไม่รู้กลไกการใช้งาน จะเป็นอันตรายได้

 

ยังต้องเฝ้าระวังอาการคนงานในห้องไอซียู 

นพ.สกล สุขพรหม รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กล่าวถึงอาการของนาย สมชาย ชาสงวน ที่บาดเจ็บสาหัส จากเหตุลูกกระสุนปืนใหญ่ระเบิด ภายในบริษัทลูกอัด และเศษเหล็กไทยจำกัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  ขณะนี้ยังอาการสาหัส เนื่องจากกระดูกขาหัก ลำตัวมีรอยไหม้ การมองเห็นลดลง โรงพยาบาล ต้องย้ายผู้ป่วยเข้าห้องไอซียู เพื่อเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

พ.ต.อ.สุศักดิ์ ปรักกมะกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง หรือ ความขัดแย้งทางการเมือง และร้านรับซื้อที่เกิดเหตุ มีใบอนุญาตถูกต้อง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี เชื่อว่า อุบัติเหตุกระสุนปืนใหญ่ ระเบิดภายในโรงงานรีไซเคิลเหล็ก อำเภอบางบัวทองจังหวัดนนทบุรี เย็นวานนี้ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง หรือ ความขัดแย้งทางการเมือง

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน