ผลตรวจ DNA "จระเข้เลพัง” เป็นลูกผสมน้ำเค็ม-น้ำจืด ส่งถึงกรมประมงแล้ว

ผลตรวจ DNA "จระเข้เลพัง” เป็นลูกผสมน้ำเค็ม-น้ำจืด ส่งถึงกรมประมงแล้ว

ผลตรวจ DNA "จระเข้เลพัง” เป็นลูกผสมน้ำเค็ม-น้ำจืด ส่งถึงกรมประมงแล้ว

รูปข่าว : ผลตรวจ DNA "จระเข้เลพัง” เป็นลูกผสมน้ำเค็ม-น้ำจืด ส่งถึงกรมประมงแล้ว

กรมอุทยาน ส่งผลตรวจพันธุกรรมจระเข้น้ำเค็ม "เลพัง"ที่ตรวจสอบโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล -เกษตรศาสตร์ ให้อธิบดีกรมประมงแล้ว สรุปเป็นลูกผสมสายพันธ์ุ์น้ำเค็มและน้ำจืด แต่ยังรอฟังผลแถลงอย่างเป็นทางการจากกรมประมง

วันนี้ (2 ต.ค.2560) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว Thon Thamrongnawasawat โดยระบุว่า จำน้องเข้เลพังได้ไหมครับ ตอนนี้ผลตรวจสุขภาพและผลตรวจพันธุกรรมที่จัดทำโดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสร็จแล้ว และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ส่งให้กับกรมประมงแล้ว พร้อมทั้งข้อเสนอแนะ ซึ่งทางกรมประมงคงมีการแถลงต่อไป

สำหรับผู้เป็นห่วงว่าเลพัง เป็นอย่างไร เท่าที่ทราบมา ตอนนี้เลพังกินอาหารแล้ว  ยังมีการจัดทำพื้นที่แห้งตามคำแนะนำของคุณหมอ และผลตรวจบ่งบอกว่ามีสุขภาพดี

จากการสอบถาม ดร.ธรณ์ ระบุสั้นๆ ว่าขณะนี้มีคำตอบในเรื่องของพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอของเลพังแล้ว แต่ขอให้กรมประมง เป็นผู้แถลงผลอย่างเป็นทางการว่าเป็นสายพันธุ์แท้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งหลังจากนั้นจึงจะเดินตามแนวทาง และข้อเสนอที่นักวิชาการส่งมอบไปให้กับกรมประมง พร้อมกับผลตรวจดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา ทีมนักวิชาการจากกรมอุทยาน มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ มหิดล และกรมประมง เก็บตัวอย่างเลือดของเลพัง มาตรวจสอบหาสายพันธุ์ที่แท้จริงเพื่อวางแนวทางการดูแล หลังจากมีการกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ให้นำจระเข้ตัวนี้คืนกลับธรรมชาติ ไม่ให้กักขังในบ่อเลี้ยง 

 

สรุปเป็นจระเข้ลูกผสมน้ำเค็ม-น้ำจืด 

มีรายงานค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าผลการตรวจดีเอ็นเอ เลพัง เป็นจระเข้ลูกผสมระหว่าง จระเข้สยาม หรือจระเข้น้ำจืด และจระเข้น้ำเค็ม ซึ่งมีผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันชัดเจน ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าข้อสงสัยนี้ หากกรมประมง แถลงแล้วจะทำให้ความเคลือบแคลงสงสัยที่เคยเกิดขึ้นในสื่อสังคมออนไลน์ยุติลง  และยังชัดเจนด้วยว่าไม่สามารถนำจระเข้พันธุ์ผสมนี้ ไปปล่อยในธรรมชาติพื้นที่เปิดได้ แต่จำเป็นต้องหาแหล่งพื้นที่ปิดเพื่อให้มันอาศัย 

โดยก่อนหน้าเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ในช่วงที่ไปเก็บตัวอย่างเลือดและตรวจสุขภาพ โดยระบุว่า จระเข้เลพัง มีสุขภาพแข็งแรงดี และจากการวิเคราะห์ลักษณะพฤติกรรมที่กินปลาเป็นอาหาร และจากเกล็ดภายนอกของจระเข้ พบว่าเป็นจระเข้ที่อยู่ในธรรมชาติ ที่ไม่ได้อยู่ในบ่อเลี้ยงอย่างแน่นอน แต่ต้องรอผลดีเอ็นเอ ให้ชัดเจนก่อนว่าเป็นสายพันธุ์แท้ หรือ สายพันธุ์ผสม เนื่องจากจะเป็นปัจจัยหลักที่จะนำมาใช้วางแผนแนวทางการดูแลที่เหมาะสมต่อไป

จระเข้เลพัง เป็นจระเข้น้ำเค็มตัวผู้ ความยาว 2.8 เมตร ถูกเจ้าหน้าที่ชุดไกรทองลุ่มแม่น้ำตาปี ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืดภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี และชาวประมงพื้นบ้านคลองปากบาง ป่าตอง อ.กะทู้ ร่วมกันจับได้บริเวณขุมเหมืองใกล้กับหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา และนำมาไว้ในบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะเลี้ยงประมงชายฝั่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน