ดีเอสไอออกหมายเรียก "พานทองแท้" คดีฟอกเงิน

ดีเอสไอออกหมายเรียก "พานทองแท้" คดีฟอกเงิน

ดีเอสไอออกหมายเรียก "พานทองแท้" คดีฟอกเงิน

รูปข่าว : ดีเอสไอออกหมายเรียก "พานทองแท้" คดีฟอกเงิน

ดีเอสไอออกหมายเรียกนายพานทองแท้ ชินวัตร พร้อมเลขาฯ และคนใกล้ชิดของคุณหญิงพจมานให้มารับทราบข้อหาฟอกเงินสมคบฟอกเงินในคดีทุจริตเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย โดยขีดเส้นให้เข้าพบพนักงานสอบสวนวันที่ 24 ต.ค.นี้ ขณะที่ทนายของนายพานทองแท้เตรียมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม

วันนี้ (3 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ส่งหมายเรียกนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วยนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพ็ชร มารดานายพานทองแท้ และนายวันชัย หงษ์เหิน สามีของนางกาญจนาภา และนางเกศินี จิปิภพ มารดาของนางกาญจนาภา ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 24 ตุลาคม 2560 ในคดีฟอกเงินจากการทุจริตเงินกู้ธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มกฤษดามหานคร ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานเข้าโต้แย้งแก้ข้อกล่าวหาได้ในทุกประเด็น หรือจะไม่ให้การในชั้นสอบสวนก็ได้ โดยพนักงานสอบสวนจะนำพยานหลักฐานดังกล่าวไปประกอบการพิจารณาว่าจะสรุปความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่

สำหรับคดีดังกล่าวเป็นผลมาจากคำพิพากษาในคดีทุจริตการอนุมัติเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ซึ่งปรากฏหลักฐานในเส้นทางการเงินที่พบว่านายพานทองแท้, นางเกศินี, นางกาญจนาภา และนายวันชัยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับเงินจำนวน 10 ล้านบาท และ 26 ล้านบาทจากนายวิชัย กฤษดาธานนท์ และนายรัชดา กฤษดาธานนท์ ผู้บริหารบริษัท กฤษดามหานคร อีกทั้งกลุ่มของนายพานทองแท้เคยเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยานไปแล้ว แต่พนักงานสอบสวนไม่เชื่อในหลักฐานที่พยานนำเข้าชี้แจง ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีเข้าองค์ประกอบความผิดของกฎหมายฟอกเงิน จึงมีมติให้ออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในคดีอาญา โดยคดีนี้ดีเอสไอต้องสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จและส่งให้อัยการพิจารณา ก่อนที่คดีจะครบอายุความ 15 ปี ภายในกลางปี 2561

ก่อนหน้านี้ นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เดินทางไปยื่นคำร้องต่อดีเอสไอ เพื่อให้ตรวจสอบธุรกรรมการเงินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดีปล่อยเงินกู้ธนาคารกรุงไทย โดยระบุว่า คดีดังกล่าว ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2558 ลงโทษผู้บริหารธนาคารกรุงไทยและผู้เกี่ยวข้องเครือกฤษดามหานคร โดยผู้บริหารธนาคารกรุงไทยมีทั้งหมด 5 คน ถูกดำเนินคดี 3 คน ติดคุกคนละ 18 ปี ส่วนอีก 2 คน ไม่ถูกดำเนินคดี แต่คดีนี้ยังไม่จบ เพราะมีผู้เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมากดังกล่าวอีกหลายคน ซึ่งรวมถึงนายพานทองแท้ด้วย ดังนั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายวีระ จึงยื่นคำร้องต่อเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อีกครั้ง เพื่อให้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินกรุงไทยเพิ่มเติมรวม 150 รายชื่อ ที่ได้รับโอนเงินจากกฤษดามหานคร

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน