ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาก่อเหตุปล้นเงินนักธุรกิจ 60 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาก่อเหตุปล้นเงินนักธุรกิจ 60 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาก่อเหตุปล้นเงินนักธุรกิจ 60 ล้านบาท

รูปข่าว : ตำรวจสอบสวนผู้ต้องหาก่อเหตุปล้นเงินนักธุรกิจ 60 ล้านบาท

ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหา 5 คนที่ก่อเหตุปล้นเงิน 60 ล้านบาท จากนักธุรกิจค้าอัญมณีมาสอบสวน โดยหนึ่งในนั้นเป็นพนักงานของบริษัทที่เป็นผู้ไปนำเงินทั้งหมดมาจากญี่ปุ่นแล้วบินนำเข้าในไทยก่อนที่จะขอแยกตัวกับชุดขนเงินที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยผู้ต้องหายังหลบหนี 2 คน

วันนี้ (6 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนนครบาลควบคุมตัวผู้ต้องหารวม 5 คน ที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นเงินกว่า 196 ล้านเยน หรือประมาณ 60 ล้านบาท จากนักธุรกิจค้าอัญมณี ขณะที่นำมาเก็บในคอนโดมิเนียม ย่านรัชดาภิเษก เมื่อกลางดึกวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา มาสอบสวน หลังจากถูกควบคุมตัวได้ขณะที่นำเงินไปเก็บไว้ในห้องพักย่านทุ่งครุ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้ตำรวจใช้เวลาสืบสวน 2 วัน จนสามารถแกะรอยผู้ต้องหาได้ทั้งหมด โดยหนึ่งในนั้น คือนายณรงค์ชัย สวัสดิผล ซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทของผู้เสียหาย และเป็นผู้ไปนำเงินทั้งหมดมาจากประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะขอแยกตัวกับชุดขนเงินที่สนามบินสุวรรณภูมิ และมาก่อเหตุที่คอนโดมิเนียมที่เก็บเงิน

การสืบสวน ตำรวจยังตรวจกล้องวงจรปิดในคอนโดมิเนียมที่เก็บเงิน พบว่ามีนายศรายุทธ ฤทธิชัยนุวัฒน์ ซึ่งเป็นเพื่อนของหนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นพี่เขยของนายณรงค์ชัย มาเช่าห้องในคอนโดฯ เดียวกันที่ชั้น 23 เมื่อวันที่ 1 กันยายน ก่อนที่จะร่วมกันวางแผนก่อเหตุ ขณะที่พนักงานบริษัท 2 คน ขับรถนำกระเป๋าเงินลงจากรถ ที่ลานจอดรถชั้น 5 ของคอนโดฯ ก่อนที่จะขับรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีส้ม หลบหนีไปพร้อมเงิน

กลางดึกเมื่อวานนี้ ตำรวจพบรถคันที่ผู้ต้องหาขับหลบหนี จอดทิ้งไว้ที่ใกล้กับแยกผังเมือง เขตห้วยขวาง ในรถไม่พบเงินที่ปล้นมา พบเพียงคีย์การ์ดที่ใช้เข้า-ออกคอนโดฯ และกุญแจรถยนต์ทิ้งไว้ข้างรถ ขณะเดียวกันตำรวจพบผู้ต้องหาที่หลบหนีไปพักอยู่ที่คอนโดฯ แห่งหนึ่ง ย่านทุ่งครุ พร้อมกับกระเป๋าเงิน ซึ่งเงินทั้งหมดยังอยู่ครบไม่มีการนำออกไปจากกระเป๋า ตำรวจจึงคุมตัวมาสอบสวน และผู้ต้องหาอ้างว่าที่ทำไป เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้

นอกจากนั้น ตำรวจยังได้เตรียมตรวจสอบการนำเข้าเงินของผู้เสียหายว่านำเข้ามาอย่างถูกต้อง และมีการทำธุรกิจอื่นใดเพิ่มอีกหรือไม่ โดยผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ศาลอาญาออกหมายจับฐานปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันรับของโจร ซึ่งจะนำผู้ต้องหาทั้งหมดมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในช่วงสายวันนี้ และเร่งสืบสวนหาผู้ต้องหาอีก 2 คน ที่หลบหนี

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน