“ลุ่มเจ้าพระยา” ส่อวิกฤต เขื่อนเร่งระบายรับน้ำเหนือ

“ลุ่มเจ้าพระยา” ส่อวิกฤต เขื่อนเร่งระบายรับน้ำเหนือ

“ลุ่มเจ้าพระยา” ส่อวิกฤต เขื่อนเร่งระบายรับน้ำเหนือ

รูปข่าว : “ลุ่มเจ้าพระยา” ส่อวิกฤต เขื่อนเร่งระบายรับน้ำเหนือ

วันนี้ (8 ต.ค.) ศูนย์ปฎิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน สรุปสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ว่า กรมชลประทานได้ประเมินปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา คาดว่าจะมีปริมาณน้ำไหลลงมาถึงเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,500-2,600 ลบ.ม. ต่อวินาที จึงได้ใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำไว้ รวมทั้งตัดยอดน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งสองฝั่ง แต่เนื่องจากพื้นที่ชลประทานของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีปริมาณฝนตกเต็มพื้นที่เช่นกัน ซึ่งสามารถแบ่งรับน้ำเข้าได้ประมาณ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที เท่านั้นจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิม 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะค่อยๆ ทะยอยเพิ่มการระบายตามปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นหน้าเขื่อนเจ้าพระยา เป็น 1,800-2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2560 และจะคงการระบายน้ำในอัตรา 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ต่อเนื่องไปประมาณ 1 สัปดาห์

หากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติม จะเริ่มลดปริมาณการระบายลงตามลำดับ โดยปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ในบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ คลองโผงเผง คลองบางบาลอำเภอบางบาล อำเภอเสนา แม่น้ำน้อย อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณ 0.50-1.00 เมตร

ส่วนในลุ่มน้ำป่าสัก มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในช่วงวันที่ 6-12 ต.ค.จำนวนมาก จึงได้ระบายจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในอัตราวันละ 25 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเมื่อน้ำจำนวนนี้ไหลลงไปรวมกับปริมาณน้ำที่มาจากคลองชัยนาท-ป่าสัก จะทำให้ปริมาณน้ำไหลผ่านลงสู่ท้ายเขื่อนพระรามหก ประมาณ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระรามหก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ไปจนถึงจุดบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณอำเภอพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำเพิ่ม สูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.80 - 1.20 เมตร

กลับขึ้นด้านบน