รมว.กีฬา ย้ำโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพบอลโลกมีน้อย เหตุต้องใช้เงินมหาศาล

รมว.กีฬา ย้ำโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพบอลโลกมีน้อย เหตุต้องใช้เงินมหาศาล

รมว.กีฬา ย้ำโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพบอลโลกมีน้อย เหตุต้องใช้เงินมหาศาล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยอมรับโอกาสที่ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกร่วมกับอินโดนีเซีย แทบไม่มีทางเป็นไปได้ เนื่องจากต้องใช้ค่าใช้จ่ายมหาศาล โดยมองว่าหากเลือกพัฒนาไปที่ผลงานในสนามยังมีโอกาสคว้าสิทธิ์เข้าร่วมได้ง่ายกว่า

รูปข่าว : รมว.กีฬา ย้ำโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพบอลโลกมีน้อย เหตุต้องใช้เงินมหาศาล

วันนี้ (10 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เคยออกมายืนยันว่ามีโอกาสจะจับมือกับสมาคมฟุตบอลของประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2034 หรือ อีก 17 ปีข้างหน้า

แต่ล่าสุด นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การเสนอตัวร่วมจัดฟุตบอลโลก ควรจะศึกษารายละเอียดให้ครบทุกด้านเสียก่อน เนื่องจากการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกนั้น ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล จนกังวลว่าอาจมีผลกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ และมองว่าไทยควรจะเน้นพัฒนาผลงานของนักเตะเพื่อคว้าสิทธิ์ไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งน่าจะสำคัญกว่าการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ

“การพัฒนาบอลไทยสู่บอลโลก สำหรับเราสำคัญกว่าตัวอีเวนท์คือ จะทำยังไงให้ทีมนักกีฬาไทยวันนี้ไปถึงจุดนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ถามว่าฟุตบอลคือที่สุดหรือเปล่า ทุกคนรักฟุตบอล แต่ฟุตบอลก็ยังไม่ใช่เรื่องเดียวนะ มวยไทย ตะกร้อ ทุกๆ กีฬาในประเทศไทย เราถือว่าสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน” นางกอบกาญจน์ กล่าว

สำหรับงบประมาณในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก มีรายงานว่าบราซิล เจ้าภาพครั้งล่าสุดใช้เงินไปกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.1 แสนล้านบาท ในการสร้างสนามใหม่และปรับปรุงสนามเดิมให้ผ่านมาตรฐานของฟีฟ่า แต่จากการขาดการวางแผนที่ดี ทำให้บราซิลเจอปัญหากับการดูแลสนามที่สร้างขึ้นใหม่หลังจบทัวร์นาเมนท์

ส่วนรัสเซีย เจ้าภาพบอลโลกปีหน้า ใช้งบประมาณในการเป็นเจ้าภาพกว่า 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 85,000 ล้านบาท ขณะที่ กาตาร์ เจ้าภาพบอลโลก ปี 2022 ใช้งบกว่า 140,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4.6 ล้านล้านบาท

 

กลับขึ้นด้านบน