เตือนสแกนม่านตาทำธุรกรรม เสี่ยงถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูล

เตือนสแกนม่านตาทำธุรกรรม เสี่ยงถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูล

เตือนสแกนม่านตาทำธุรกรรม เสี่ยงถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูล

รูปข่าว : เตือนสแกนม่านตาทำธุรกรรม เสี่ยงถูกแฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูล

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เตือนระวังกรณีการใช้ม่านตายืนยันตัวตน เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน อาจเกิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์โจรกรรมข้อมูลได้

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่อำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินในปัจจุบัน คือการสแกนม่านตากับสมาร์ทโฟน เพียงมองเซ็นเซอร์คล้ายกระจกบนสมาร์ทโฟนไม่ถึง 3 วินาที ก็สามารถยืนยันตัวตนเข้าทำธุรกรรมในแอพพลิเคชันบัตรเครดิต ให้สามารถจ่ายค่างวดและเบิกถอนเงินสดออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในการใช้งานครั้งแรก ผู้ใช้ต้องกรอกข้อมูลยืนยันตัวตนและสร้างบัญชีกับผู้ให้บริการระบบเก็บข้อมูลออนไลน์ ก่อนเข้าแอพพลิเคชันสแกนม่านตา เพื่อเก็บข้อมูลไว้ตรวจสอบการใช้งาน


นายธศพงษ์ รังควร ผู้อำนวยการธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การสแกนม่านตาเพื่อทำธุรกรรม ยังทำได้เฉพาะในสมาร์ทโฟนรุ่นที่กำหนดเท่านั้นและไม่สามารถทำงานได้กับผู้ที่สวมคอนแทคเลนส์แบบบิ๊กอาย ส่วนสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เข้าใช้งานด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ซึ่งมีระบบความปลอดภัยและลดความเสี่ยงหนี้เสีย เนื่องจากมีการกระตุ้นเตือนผู้ใช้ให้ควบคุมการใช้จ่ายและการชำระเงินตรงเวลา

ขณะที่ผู้ใช้บัตรเครดิตบางส่วน กล่าวว่า แม้จะชื่นชอบในความสะดวก แต่การสแกนม่านตาอาจใหม่เกินไป จึงขอเวลาศึกษาวิธีใช้ก่อน


ด้านนายปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ ระบุว่า ไม่ควรวางใจ แม้ระบบเซ็นเซอร์จะถูกพัฒนาขึ้น จนแม่นยำเช่นประเทศพัฒนาแล้วใช้กัน แต่ภัยไซเบอร์ขณะนี้อยู่ในสถานการณ์รุนแรง แฮกเกอร์แสวงหาช่องโหว่เพื่อเข้าโจมตีระบบ หรือโจรกรรมข้อมูลได้ ไม่นับรวมความเสี่ยงที่เกิดจากการถูกคนร้ายบังคับให้เข้าระบบ หรือความเผลอเรอ ประกอบกับทักษะการใช้สมาร์ทโฟนของคนไทยไม่เท่ากัน ล้วนเป็นความเสี่ยงให้เงินในกระเป๋าหายไปโดยไม่รู้ตัว

ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยไซเบอร์ ยังเห็นว่า รัฐบาลควรมีหน่วยงานกำกับดูแลและให้ความรู้ทักษะระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ชัดเจนแก่ผู้ใช้งาน มากกว่าการมุ่งสร้างระบบใหม่เพื่อเดินไปสู่สังคมไร้เงินสดอย่างที่หวัง

 

กลับขึ้นด้านบน