ผู้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำตกใจหนี หลังนำทองมาขาย แต่พบเจ้าของสร้อยที่ร้านทอง

ผู้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำตกใจหนี หลังนำทองมาขาย แต่พบเจ้าของสร้อยที่ร้านทอง

ผู้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำตกใจหนี หลังนำทองมาขาย แต่พบเจ้าของสร้อยที่ร้านทอง

รูปข่าว : ผู้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำตกใจหนี หลังนำทองมาขาย แต่พบเจ้าของสร้อยที่ร้านทอง

เกิดเหตุการณ์บังเอิญอย่างน่าเหลือเชื่อ หลังผู้ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำนำสร้อยครึ่งเส้นที่ได้ไปขายให้ร้านทองและพบเจ้าของสร้อยที่นำสร้อยอีกครึ่งเส้นมาเปลี่ยนที่ร้านเดียวกัน แต่ผู้ก่อเหตุปฏิเสธและวิ่งหนียอมทิ้งรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่มาจอดไว้ที่หน้าร้านทอง

วันนี้ (18 ต.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านทองห้องทองจินดา ย่านถนนทุ่งเสา 2 เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา เผยให้เห็นชายต้องสงสัยอายุประมาณ 25-30 ปี ที่คาดว่าน่าจะเป็นโจรวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำ ซึ่งได้นำสร้อยคอทองคำที่อยู่ในสภาพขาดเหลือเพียงครึ่งเส้นไปขายให้ร้านทองแห่งนี้ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่นางผิวพรรณ ตันยะกุล ที่เป็นผู้เสียหายได้นำสร้อยคอทองคำอีกครึ่งเส้นไปเปลี่ยนเป็นสร้อยเส้นใหม่ และเมื่อทั้ง 2 คนนำทองมาชั่งบนตาชั่งอันเดียวกัน ปรากฏว่าเป็นทองลายเดียวกัน น้ำหนักครบ 2 สลึง และข้อต่อที่ขาดเข้ากันได้ทุกอย่าง

นางผิวพรรณ ซึ่งเป็นเจ้าของสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าว จำได้แม่นยำว่าเป็นสร้อยของตัวเองที่เพิ่งถูกผู้ก่อเหตุ 2 คนขับรถจักรยานยนต์กระชากขาดไปครึ่งเส้น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่เมื่อสอบถามชายต้องสงสัยที่นำทองมาขาย ระบุว่า เป็นพนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์ เก็บสร้อยคอทองคำได้ในถังขยะ เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เมื่อทั้งเจ้าของทองและทางร้านยืนยันหนักแน่นว่าสร้อยทั้ง 2 เส้นเป็นอันเดียวกัน ชายคนนี้เริ่มแสดงอาการลุกลี้ลุกลนและเดินออกจากร้านไป โดยทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ที่ร้านทอง

ทั้งนี้ ตำรวจได้มาตรวจที่เกิดเหตุและตรวจค้นเอกสารภายในรถจักรยานยนต์ ทราบชื่อผู้ครอบครอง คือนายมงคล ไชยคีรี และเมื่อเทียบเคียงกับชายต้องสงสัยจากภาพกล้องวงจรปิดภายในร้านทอง พบว่ามีลักษณะใกล้เคียงกัน ซึ่งทางตำรวจฝ่ายสืบสวนจะเชิญตัวชายต้องสงสัยมาสอบสวนอีกครั้งว่าเป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน