เปิดใจทีมเคลื่อนย้ายช้างป่าคลองชมพู ภารกิจเพื่อ 1 ชีวิต

เปิดใจทีมเคลื่อนย้ายช้างป่าคลองชมพู ภารกิจเพื่อ 1 ชีวิต

เปิดใจทีมเคลื่อนย้ายช้างป่าคลองชมพู ภารกิจเพื่อ 1 ชีวิต

รูปข่าว : เปิดใจทีมเคลื่อนย้ายช้างป่าคลองชมพู ภารกิจเพื่อ 1 ชีวิต

เปิดใจทีมสัตวแพทย์จาก 4 หน่วยงาน เพื่อภารกิจ 1 ชีวิตในการขนย้ายช้างป่าตกคลองชมพู ไปรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง เป้าหมายคือความปลอดภัยและช้างป่าตัวนี้ ต้องมีชีวิตอยู่

วันนี้ (19 ต.ค.2560) ทีมข่าวไทยพีบีเอส ยังคงเกาะติดภารกิจช่วยเหลือช้างพลายที่บาดเจ็บจากการถูกน้ำป่าซัดมาในคลองชมพู จ.พิษณุโลก ล่าสุดช้างป่าน้ำหนัก 4 ตันตัวนี้ได้ขนขึ้นรถออกเดินทางไปที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ จ.ลำปาง เพื่อวินิจฉัยและรักษาอาการบาดเจ็บ หาคำตอบว่าสาเหตุที่ทำให้ขาหลังใช้งานไม่ได้ น่ากังวลแค่ไหน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การคลื่อนย้ายช้างเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพียงแค่ย้ายมันจากจุดที่ขึ้นมาจากฝั่งไปที่รถขนย้ายระยะทางเพียง 400 เมตร แต่ต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมง ดังนั้นการเดินทางมากกว่า 300 กิโลเมตร โดยที่ต้องพยุงไปตลอดทางจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

ภาพ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ภาพความพยายามอย่างหนักของเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ที่ช่วยให้มันขึ้นรถไปรักษาตัวได้ อาจจะหายใจไม่ทั่วท้อง แม้อาจจะดูทุลักทุเล แต่กว่าที่ทุกขั้นตอนจะเกิดขึ้นได้ต้องผ่านการตัดสินใจร่วมกันของสัตวแพทย์ถึง 4 หน่วยงาน เพื่อ 1 ชีวิตที่สำคัญนี้

เพราะการเคลื่อนย้ายช้างป่าบาดเจ็บ อาการยังน่ากังวล ช้างพัก 1 ชั่วโมง ได้ฟื้นแรง ก่อนที่จะเดินทางคืนนี้ เช้าวันนี้ช้างป่าที่ได้พักตลอดทั้งคืน สดใสมากขึ้น มันกินอาหารได้ตามปกติ เมื่อแดดเริ่มแรงเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตาข่ายมากางเพื่อให้มันได้พักในร่ม

แม้จะมีเชือกขนาดใหญ่คล้องพยุงไว้กับรถแบกโฮ แต่ขาหลังทั้ง 2 ข้างยังดูไร้เรี่ยวแรง ทีมสัตวแพทย์ยอมรับว่านี่อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก

นายสัตวแพทย์ทวีโภค อังควานิช สัตวแพทย์สถาบันคชบาลแห่งชาติ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ อ.อ.ป. บอกว่า เขาไม่ใช้ขาหลังทั้งสองข้าง เลยไม่รู้ว่าบาดเจ็บตรงส่วนไหน เกิดจากการแตกหัก ข้อกระดูกหลุด หรือระบบประสาทเกิดความเสียหาย 

จากการประเมินของเจ้าหน้าที่พบว่า มันสามารถเดินทางไปยังศูนย์คชบาล จ.ลำปางได้ แต่โจทย์สำคัญคือ มันจะไม่สามารถนอนไปได้ ต้องพยุงมันไปตลอดทาง

ภาพ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภารกิจขนย้ายจึงจะเริ่มขึ้นเมื่อแสงแดดอ่อนลง รถแบกโฮ 2 คัน ถูกใช้ทดแทนขาหลังทั้ง 2 ข้างที่เดินไม่ได้ เพื่อเคลื่อนย้ายมันจากจุดพักไปที่รถระยะทาง 400 เมตร อาจเป็นเพราะอาการบาดเจ็บ ทำให้มันแสดงอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด และเริ่มมีอารมณ์หงุดหงิด เมื่อต้องอยู่ท่ามกลางคนจำนวนไม่น้อย

ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันอาการบอบช้ำและไม่ให้มันบาดเจ็บเพิ่ม ขั้นตอนนี้ใช้เวลาทั้งหมด 6 ชั่วโมง

สัตวแพทย์ทวีโภคบอกว่า เนื่องจากช้างป่าตัวนี้มีอายุมากแล้วไม่ต่ำกว่า 15-20 ปี และเป็นช้างป่า และได้รับบาดเจ็บขาหลัง 2 ข้างใช้งานไม่ได้ และต้องวางยาซึมให้ยืนหลับและต้องอยู่ในความสงบด้วย 

ภายในรถบรรทุกท่อนไม้ กองฟาง เชือกและเบาะ ถูกเตรียมไว้ให้มัน เพื่อให้การเดินทางในครั้งนี้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

ตลอดการเคลื่อนย้ายเจ้าหน้าที่ได้เตรียมอ้อยให้มันกินตลอดทาง ควบคู่กับสารน้ำและยาแก้ปวด เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่มันอดทนมาตลอด 3 วัน จากนี้ไปมันจะต้องเดินทางผ่านหลายจังหวัดเพื่อไปให้ถึงสถาบันคชบาลแห่งชาติ คาดว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

เอาใจช่วย!! สัตวแพทย์ยอมรับ “ช้างป่า”ตกคลองชมพูอาการโคม่า

กลับขึ้นด้านบน