แพทย์เตือนจ้องสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตนาน เสี่ยงโรคตาขี้เกียจ

แพทย์เตือนจ้องสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตนาน เสี่ยงโรคตาขี้เกียจ

แพทย์เตือนจ้องสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตนาน เสี่ยงโรคตาขี้เกียจ

รูปข่าว : แพทย์เตือนจ้องสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตนาน เสี่ยงโรคตาขี้เกียจ

รองอธิบดีกรมการแพทย์ เตือนพฤติกรรมจ้องอุปกรณ์เล็กทรอนิกส์เป็นเวลานาน มีความเสี่ยงตาเหล่ เข และเป็นโรคตาขี้เกียจได้

นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า การจ้องสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน เป็นการใช้สายตามองในระยะใกล้มาที่จุดๆ เดียวเป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อด้านในและนอกลูกตาต้องทำงานหนักต่อเนื่องและน้ำตาหล่อเลี้ยงตาดำได้น้อย ทำให้มีอาการตาแห้ง มองเห็นพร่ามัว กล้ามเนื้อตาเกร็งและเมื่อยล้า

เด็กอายุ 1-10 ปี เป็นช่วงพัฒนาระบบการมองเห็นและกล้ามเนื้อลูกตา ใช้สายตาจ้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระยะใกล้เป็นเวลานาน มีแนวโน้มสายตาสั้นและการมองผิดปกติได้มากกว่าวัยเดียวกัน ขณะที่เด็กที่มีปัญหาสายตาสั้นและยาวผิดปกติแต่แรกเกิด หากไม่ได้รับการแก้ไขมีความเสี่ยงตาเหล่ ตาเขและโรคตาขี้เกียจได้

สำหรับแนวทางการรักษาโรคตาขี้เกียจ ทำได้ตั้งแต่การฝึกกล้ามเนื้อตา ใช้แว่นสายตา จนถึงผ่าตัดกล้ามเนื้อตา ซึ่งการรักษาจะได้ผลถาวรหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพของโรคที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่ายังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่า แสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีผลเสียต่อระบบจอประสาทตาและการมองเห็น ดังนั้น การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเด็ก ไม่ควรเกิน 30 นาทีและหยุดพักทุก 5-10 นาที พร้อมเปลี่ยนอิริยาบถสลับกันไป ใช้อุปกรณ์ฯ ในห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ รวมทั้งควรพาบุตรหลานไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติของสายตาและการมองเห็น

 

กลับขึ้นด้านบน