ความขัดแย้งปิดเส้นทางน้ำท่วม จ.ขอนแก่น

ความขัดแย้งปิดเส้นทางน้ำท่วม จ.ขอนแก่น

ความขัดแย้งปิดเส้นทางน้ำท่วม จ.ขอนแก่น

รูปข่าว : ความขัดแย้งปิดเส้นทางน้ำท่วม จ.ขอนแก่น

การป้องกันพื้นที่ชั้นในของเมืองขอนแก่นดูเหมือนจะไม่สำเร็จ เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนไม่ยอมให้ทำแนวคันกั้นน้ำตามถนนและไม่ยอมให้ปิดท่อลอดลำห้วยสาขาที่จะเข้าถึงตัวเมืองโดยเหตุผลว่า หากปิดกั้นเส้นทางน้ำนานอีกจะเดือดร้อนมากกว่าเดิม

กรมทางหลวงชนบทนำดินมาปิดกั้นริมถนนสาย 1027 บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรย่อยศิลา เขตเทศบาลเมืองศิลา อ.เมืองขอนแก่น เมื่อ 2 วันก่อน เพื่อไม่ให้น้ำจากลำห้วยศิลาไหลข้ามถนนแต่ล่าสุดสภาพคันดินพังทลายในลักษณะฟันปลาเหมือนกับเป็นการขุดเจาะเพื่อเปิดทางน้ำทำให้น้ำไหลบ่าท่วมถนน

การทำคันดินปิดกั้นทางไหลของน้ำทำให้ชาวบ้านหนองหินและบ้านศิลา ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้ท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรในลักษณะน้ำหลากทุ่ง จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐ

นอกจากนี้บริเวณห้วยปลาหลาย ซึ่งอยู่ในแถวถนน 1027 บริเวณบ้านบึงอีเฒ่า เป็นอีกจุดหนึ่งที่ กรมทางหลวงชนบทพยายามจะทำคันดินตามแนวถนนและนำถุงบิ๊กแบ๊กมาวางท่อลอดเพื่อไม่ให้น้ำพองไหลเข้ามาเติมในพื้นที่ชั้นในแต่ก็ถูกชาวบ้านและผู้ประกอบการรีสอร์ทคัดค้าน

นางปรีญารัตน์ ทะคง ผู้ประกอบการรีสอร์ทบ้านบึงอีเฒ่า เทศบาลเมืองศิลา อ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่เขื่อนอุบลรัตน์เพิ่มการระบายน้ำรีสอร์ทได้ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 ม. ห้องพักกว่า 30 ห้องเสียหาย หากมีการปิดกั้นห้วยปลาหลาย คาดว่าระดับน้ำจะท่วมสูงไม่ต่ำกว่า 50 ซม.

การไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ชลประทานและกรมทางหลวงชนบททำแนวคันกั้นน้ำตามแนวถนน รวมถึงปิดท่อลอดลำห้วยสาขา คือปัจจัยที่ทำให้น้ำพองไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นในไม่ต่ำกว่าวันละ 4.5 ล้าน ลบ.ม.ขณะที่การสูบน้ำออกจากลำห้วยพระคือทำได้เพียงวันละ 4.3 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น

แนวทางที่ชลประทานทำได้ขณะนี้ คือ เร่งนำถุงบิ๊กแบ๊กปิดประตูระบายน้ำห้วยใหญ่และการทำคันดินตลอดคลองชลประทานทางด้านทิศใต้ ตั้งแต่บ้านบึงสวางค์ถึงบ้านเปือย เขตตำบลบึงเนียม ระยะทาง 10 กม.เพื่อไม่ให้น้ำพองไหลข้ามฝั่งเข้ามายังห้วยพระคือ ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายที่จะป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้นในของเมืองขอนแก่น

 

กลับขึ้นด้านบน