วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ

วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ

รูปข่าว : วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ

จังหวะที่น้ำสูงสุดจาก 3 ทิศทางไหลลงมาพร้อมกันที่แม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ พบว่ามีน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 3,054 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมถึงมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและน้ำแม่วงก์ไหลมาสบทบทำให้ขณะนี้มีน้ำจาก 3 ทางไหลลงเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท

จังหวะที่น้ำสูงสุดจาก 3 ทิศทางไหลลงมาพร้อมกันที่แม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ พบว่ามีน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 3,054 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมถึงมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและน้ำแม่วงก์ไหลมาสบทบทำให้ขณะนี้มีน้ำจาก 3 ทางไหลลงเขื่อนเจ้าพระยา

ตามปกติจะผันออกทั้ง 2 ฝั่ง แต่ขณะนี้ด้วยปริมาณน้ำมากจึงไม่สามารถดำเนินการได้มากนักที่ประตูระบายน้ำมโนรมย์เพื่อลงสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก ปริมาณ 196 ลบ.ม.ต่อวินาทีและเมื่อน้ำจากเขื่อนป่าสักลงมาด้วยจะทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำป่าสัก

ตั้งแต่ท้ายเขื่อนพระราม 6 ไปจนถึง อ.พระนครศรีอยุธยา จะมีน้ำสูงขึ้น 80 ซม. - 1.2 ม. และผันผ่านประตูระบายน้ำพลเทพ 200 ลบ.ม.ต่อวินาทีลงสู่แม่น้ำท่าจีน

ขณะนี้เหนือเขื่อนเจ้าพระยามีน้ำอยู่ 183 ล้าน ลบ.ม. แม้จะชะลอหรือตัดน้ำออกจากทั้ง 2 ฝั่ง แต่ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังเพิ่มขึ้นเพื่อไม่ให้ล้นคันกั้นน้ำทำให้เขื่อนเจ้าพระยา ค่อยๆ เพิ่มระดับการปล่อยน้ำจาก 2,600 ไปสู่ 2,700 ลบ.ม.ต่อวินาที ในวันพรุ่งนี้ (24 ต.ค.)

น้ำที่เพิ่มมาอีก 100 ลบ.ม.ต่อวินาทีทำให้จังหวัดบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง ในวันนี้เพิ่มสูงขึ้นอีก 25 ซม.ส่วนตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยาถึง จ.ปทุมธานี เพิ่ม 20 ซม.โดยจะคงแบบนี้ 7 วัน โดยขณะนี้ทั้งพื้นที่เหนือและท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สถานการณ์อยู่ในช่วงเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน