กรมอุทยานฯ จัดทีมชี้แจงปัญหาล่าพะยูน จ.ตรังลงพื้นที่ 25 ต.ค.นี้

กรมอุทยานฯ จัดทีมชี้แจงปัญหาล่าพะยูน จ.ตรังลงพื้นที่ 25 ต.ค.นี้

กรมอุทยานฯ จัดทีมชี้แจงปัญหาล่าพะยูน จ.ตรังลงพื้นที่ 25 ต.ค.นี้

รูปข่าว : กรมอุทยานฯ จัดทีมชี้แจงปัญหาล่าพะยูน จ.ตรังลงพื้นที่ 25 ต.ค.นี้

พรุ่งนี้ (25 ต.ค.) " ปิ่นสักก์" รองอธิบดีกรมอุทยาน ลงพื้นที่พูดคุยหาทางออกอนุรักษ์พะยูน ที่มูลนิธิอันดามัน จ.ตรัง คาดชี้แจงปมถูกล่ากินเนื้อ จนเกิดความเห็นต่าง ขณะที่ผลชันสูตรซากพะยูนที่ปากคลองโต๊ะขุน ไม่สามารถระบุสาเหตุตาย รอยตัดบ่งชี้ว่าเกิดหลังพะยูนตาย

วันนี้ (24 ต.ค.2560) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า วันพรุ่งนี้(25 ต.ค.) ได้รับมอบหมายจากนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วยนายณัฐพล รัตนพันธ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล และหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง เตรียมลงพื้นที่ไปพูดคุย และหาทางออกในการอนุรักษ์พะยูนที่มูลนิธิอันดามัน หรือ SEVE Andaman Network โดยการหารือครั้งนี้จะมีการเชิญเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ ชาวบ้านในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมองถึงงานการอนุรักษ์พะยูนที่จะต้องร่วมมือกันในอนาคต 

เมื่อถามว่าเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้ารับฟังคำชี้แจงครั้งนี้หรือไม่ นายปิ่นสักก์ ยอมรับว่า เนื่องจากเป็นการไปพูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายอนุรักษ์พะยูนอย่างกระทันหัน แต่พร้อมจะมีการชี้แจงในประเด็นต่างที่เกิดความเห็นต่าง ที่ผ่านมาอาจจะมีความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนจากการสื่อสารออกไป และไม่อยากให้มองแบบเหมารวมว่าคนส่วนใหญ่ล่า และฆ่าพะยูนตามที่เป็นข่าว แต่เชื่อว่าปัญหามีอยู่บ้างจึงต้อง การหามาตรการต่างๆในการอนุรักษ์ และล้อมคอกคนเพียงส่วนน้อยที่ทำให้เกิดปัญหา

 

ชี้รอยตัดหัว-หาง เกิดหลังพะยูนตาย


ขณะที่ผลการชันสูตรซากพะยูน ตัวเมียที่เจอในป่าโกงกาง บริเวณปากคลองโต๊ะขุน ต.เกาะลิบง อ.กัน ตัง จ.ตรัง เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา สภาพซากเน่ามาก กะโหลก และกระดูกชิ้นต่างๆ รวมถึงโคนหางจนถึงปลายหางหายไป เหลือเพียงผิวหนังและลำไส้บางส่วน รอยตัดที่ผิวหนังมีลักษณะเป็นรอยถูกของมีคมตัด โดยทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ เนื่องจากสภาพซากเน่ามาก และอวัยวะภายในเหลวเละ จนไม่สามารถระบุความผิดปกติที่ชัดเจนได้

อย่างไรก็ตาม บริเวณรอยตัดไม่พบลักษณะของปื้นเลือดออก หรือรอยช้ำใต้ชั้นผิวหนังตลอดแนวรอยตัด รวมถึงครีบด้านซ้ายที่มีเชือกรัด ไม่พบรอยช้ำ หรือลักษณะของปื้นเลือดออกใต้รอยรัด ซึ่งบ่งชี้ว่ารอยตัดที่พบเกิดขึ้นภายหลังการตายของพะยูน

พบรอบปี 2560 พะยูนตาย 15 ตัว 

นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เชื่อว่า เป็นฝีมือของขบวนการล่าพะยูนอย่างแน่นอน ไม่ใช่เป็นการจัดฉากของเจ้าหน้าที่  

ขณะที่นายอับดุลร่อเหม ขุนรักษา กำนันตำบลเกาะลิบง ยืนยันว่า ไม่เคยพบซากพะยูนลักษณะนี้มาก่อน และมั่นใจว่าไม่ได้เกิดจากฝีมือของชาวบ้านบนเกาะลิบง แต่อาจเป็นชาวประมงจากพื้นที่ใกล้เคียงที่เข้าไปหาสัตว์น้ำและพบซากของพะยูนลอยน้ำมา จึงถือโอกาสชำแหละ เพื่อนำชิ้นส่วนไปขาย

ขณะที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สรุปว่าสถานการณ์พะยูน ช่วงปี 2560 พบมีการเกยตื้นตาย 15 ตัว แบ่งเป็นตจ.ตรัง 8 ตัว พังงา 3 ตัว กระบี่ 3 ตัว และระยอง 1 ตัว 

กลับขึ้นด้านบน